วิธีกาหนดรูป – การเกิดของรูป ๔ อย่าง
{ หน้า ๒๐๑ }
เหล่านี้จึงก่อจิตตชรูปที่บริสุทธิ์และยิ่งกว่า มากมายหลายต่อ โดยมีธาตุดิน ธาตุลม และธาตุไฟ ที่อ่อนและสุขุม เมื่อรูปกลาปเหล่านั้น กระทบกับกายทวาร (คือรูปที่ ๑๐ ของกายทสกกลาป) โยคีย่อมรู้สึกสบายกายเป็นอย่างยิ่ง ไม่รู้สึกหนัก (คือธาตุดิน) ดังที่กล่าวแล้ว เพราะธาตุไฟของรูปกลาปทั้งปวงก่ออุตุชกลาป ธาตุไฟในจิตตชกลาปอันยิ่งกว่าเหล่านั้น จึงก่ออุตุชกลาปมากมายหลายต่อ ทั้งภายในและภายนอกร่างกาย
ความสว่างไสว ความเจิดจ้า และความสุกใสซึ่งเกิดขึ้นพร้อมกับจิตอันยิ่งกว่า มาจากความเจิดจ้าของวัณณรูปของจิตตชรูปและอุตชรูป ความสว่างไสวเป็นต้นที่เกิดขึ้น ก็ยังทำให้ผิวพรรณและอินทรีย์ของผู้อบรมจิตอันยิ่งกว่าให้บริสุทธิ์ผุดผ่องด้วย เช่น รูปที่เกิดจากทิพพจักขุของท่านพระอนุรุทธะ กระจายไปทั่วพันจักรวาล ซึ่งสว่างขึ้นด้วยจิตตชรูปที่ยิ่งกว่าเหล่านั้น จนท่านเห็นจักรวาลเหล่านั้นได้ ถ้าโยคีพัฒนาจิตที่มีสมาธิและบริสุทธิ์เพียงพอ ก็อาจจะเห็นภพภูมิอื่นๆ ได้เช่นกัน
[อ้างอิงเสริม]
- ดูคำอธิบายของพระพุทธเจ้าเกี่ยวกับแสงนี้ในหัวข้อ “พัฒนาแสงสว่างแห่งปัญญา” หน้า 39
- ดูคำอธิบายรายละเอียดของแสงนี้ในคถามมาคตอบ ๔.๑๐ หน้า 277
พระบาลีกล่าวถึงความเป็นไปอย่างนี้บ่อยๆ ตัวอย่างเช่น ปริพาชกที่ได้พบกับพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้พึ่งได้ตรัสรู้ใหม่ๆ ได้กล่าวว่า “อาวุโส อินทรีย์ของท่านผ่องใสยิ่งนัก ผิวพรรณของท่านบริสุทธิ์ผุดผ่อง” (ม.มูล.ข้อ ๒๘๕ ปาสราสิสูตร) อ.อัฐก.อรรถกถา (มโนรถปูรณี) ข้อ ๓๐ อนุรุทธมหาวิตักกสูตร