paauk:knowing_and_seeing:p188

Action unknown: copypageplugin__copy

ภวังค์ในภูมิต่าง ๆ

ความไม่มีของวิญญาณัญจายตนฌานเป็นอารมณ์ โดยกรรมนิมิตทั้งสองก็ล้วนเป็นบัญญัติ

  • ในวิญญาณัญจายตนภูมิ ภวังคจิตมีอากาสานัญจายตนฌานจิตเป็นอารมณ์
  • ในเนวสัญญานาสัญญายตนภูมิ ภวังคจิตมีอากิญจัญญายตนฌานจิตเป็นอารมณ์

เพราะกรรมนิมิตเหล่านี้เป็นจิต จึงเป็นปรมัตถธรรม

เมื่อกล่าวว่า *กามาวจรภูมิ*, *รูปาวจรภูมิ*, และ *อรูปาวจรภูมิ* นี่หมายถึงภูมิซึ่งมีอยู่จริง สถานที่ซึ่งมีอยู่จริง แต่เมื่อกล่าวว่า *โลกุตตรภูมิ* ภูมิในที่นี้เป็นเพียงคำเปรียบเท่านั้น ความจริงแล้วไม่ใช่สถานที่ใด ๆ เลย เพราะเมื่อกล่าวว่า *โลกุตตรภูมิ* นี่หมายถึงมรรค ๔ ผล ๔ และพระนิพพานเท่านั้น ไม่ได้หมายถึงสถานที่ ดังนั้นจึงไม่มีภวังคจิตในโลกุตตรภูมิ ไม่มีในมรรคจิต ๔ และผลจิต ๔ และเพราะไม่มีนามรูปในพระนิพพาน จึงไม่มีจิตที่ภวังค์ต้องรักษา ซึ่งก็หมายความว่า ไม่มีภวังค์ในพระนิพพาน

**

๓.๑๓ ความต่างกันของโลกิยฌานกับโลกุตตรฌาน

คาถาม อะไรเป็นความต่างกันระหว่างโลกิยฌานกับโลกุตตรฌาน

คาตอบ

  • โลกิยฌาน คือ รูปฌาน ๔ และอรูปฌาน ๔ ซึ่งก็คือสมาบัติ ๘
  • โลกุตตรฌาน คือ องค์ฌานที่เกิดพร้อมกับมรรคญาณและผลญาณ

ยกตัวอย่างเช่น เมื่อโยคีกาหนดรู้ นามสังขารของปฐมฌานซึ่งเป็นรูปภูมิว่าไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และเป็นอนัตตา แล้วบรรลุพระนิพพาน มรรคญาณนั้นอยู่ในระดับปฐมฌาน นี่คือโลกุตตรฌาน

ถามว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ในโลกิยปฐมฌานที่เป็นรูปภูมิ ซึ่งเป็นอารมณ์ของวิปัสสนา มีองค์ฌาน ๕ คือวิตก วิจาร ปีติ สุข และเอกัคคตา (ในโลกุตตรปฐมฌาน [ตามที่กล่าวมา])