หน้านี้มีไว้อ่านอย่างเดียว คุณสามารถอ่านข้อความต้นฉบับ ไม่สามารถแก้ไขได้ ให้สอบถามผู้ดูแลระบบถ้าคุณคิดว่านี่คือข้อผิดพลาด '''ภวังค์ในภูมิต่าง ๆ''' ความไม่มีของวิญญาณัญจายตนฌานเป็นอารมณ์ โดยกรรมนิมิตทั้งสองก็ล้วนเป็นบัญญัติ * ในวิญญาณัญจายตนภูมิ ภวังคจิตมีอากาสานัญจายตนฌานจิตเป็นอารมณ์ * ในเนวสัญญานาสัญญายตนภูมิ ภวังคจิตมีอากิญจัญญายตนฌานจิตเป็นอารมณ์ เพราะกรรมนิมิตเหล่านี้เป็นจิต จึงเป็นปรมัตถธรรม เมื่อกล่าวว่า *กามาวจรภูมิ*, *รูปาวจรภูมิ*, และ *อรูปาวจรภูมิ* นี่หมายถึงภูมิซึ่งมีอยู่จริง สถานที่ซึ่งมีอยู่จริง แต่เมื่อกล่าวว่า *โลกุตตรภูมิ* ภูมิในที่นี้เป็นเพียงคำเปรียบเท่านั้น ความจริงแล้วไม่ใช่สถานที่ใด ๆ เลย เพราะเมื่อกล่าวว่า *โลกุตตรภูมิ* นี่หมายถึงมรรค ๔ ผล ๔ และพระนิพพานเท่านั้น ไม่ได้หมายถึงสถานที่ ดังนั้นจึงไม่มีภวังคจิตในโลกุตตรภูมิ ไม่มีในมรรคจิต ๔ และผลจิต ๔ และเพราะไม่มีนามรูปในพระนิพพาน จึงไม่มีจิตที่ภวังค์ต้องรักษา ซึ่งก็หมายความว่า ไม่มีภวังค์ในพระนิพพาน *** '''๓.๑๓ ความต่างกันของโลกิยฌานกับโลกุตตรฌาน''' '''คาถาม''' อะไรเป็นความต่างกันระหว่างโลกิยฌานกับโลกุตตรฌาน '''คาตอบ''' * '''โลกิยฌาน''' คือ รูปฌาน ๔ และอรูปฌาน ๔ ซึ่งก็คือสมาบัติ ๘ * '''โลกุตตรฌาน''' คือ องค์ฌานที่เกิดพร้อมกับมรรคญาณและผลญาณ '''ยกตัวอย่างเช่น''' เมื่อโยคีกาหนดรู้ นามสังขารของปฐมฌานซึ่งเป็นรูปภูมิว่าไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และเป็นอนัตตา แล้วบรรลุพระนิพพาน มรรคญาณนั้นอยู่ในระดับปฐมฌาน นี่คือโลกุตตรฌาน '''ถามว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น''' ในโลกิยปฐมฌานที่เป็นรูปภูมิ ซึ่งเป็นอารมณ์ของวิปัสสนา มีองค์ฌาน ๕ คือวิตก วิจาร ปีติ สุข และเอกัคคตา (ในโลกุตตรปฐมฌาน [ตามที่กล่าวมา])