paauk:knowing_and_seeing:p187

เป็นเช่นนี้เพราะกรรมอันก่อภพนี้ยังไม่หมดสิ้น เพราะมีนามรูปในกามาวจรภูมิ และรูปาวจรภูมิ และมีนามในอรูปาวจรภูมิ จึงมีภวังค์ในภูมิเหล่านั้น

**

ภวังคจิตในกามาวจรภูมิ ในกามาวจรภูมิ ภวังคจิตอาจมีกรรม กรรมนิมิต หรือคตินิมิตเป็นอารมณ์ เช่น ภวังคจิตของบุคคลหนึ่งอาจมีพระธาตุอินท์แขวนเป็นอารมณ์ ของอีกคนหนึ่งอาจมีพระเจดีย์ชเวดากองเป็นอารมณ์ อารมณ์เหล่านี้ล้วนเป็นบัญญัติ

ภวังคจิตในรูปาวจรภูมิ ในรูปาวจรภูมิ ภวังคจิตมีกรรมนิมิตเป็นอารมณ์เท่านั้น ไม่มีกรรมนิมิตหรือคตินิมิตเป็นอารมณ์ ภวังคจิตของรูปาวจรภูมิเรียกว่ารูปาวจรวิปากฌานจิต เพราะเป็นผลจากการได้ฌานเมื่อตายในภพก่อน

เนื่องจากอารมณ์ของภวังคจิตก็เป็นอารมณ์เดียวกันกับของฌานด้วย ดังนั้นอารมณ์จึงขึ้นอยู่กับฌานที่ได้ ยกตัวอย่างเช่น ภวังค์ของผู้ที่เกิดในรูปาวจรภูมิเนื่องกับอานาปานฌาน ย่อมมีอารมณ์คือปฏิภาคนิมิตของอานาปานสติ ส่วนผู้ที่เกิดเนื่องกับเมตตาฌาน ย่อมมีอารมณ์คือสัตว์ทั้งปวงในจักรวาลอันไม่มีที่สิ้นสุด โดยอารมณ์ทั้งสองอย่างนั้นก็ล้วนเป็นบัญญัติ

ภวังคจิตในอรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ ภวังคจิตจะมีกรรมนิมิต ๒ อย่างเท่านั้นเป็นอารมณ์ ไม่มีกรรมนิมิตหรือคตินิมิตเป็นอารมณ์เช่นกันกับรูปาวจรภูมิ

  • ในอากาสานัญจายตนภูมิ ภวังคจิตมีอากาศอันไม่มีที่สิ้นสุดเป็นอารมณ์
  • ในอากิญจัญญายตนภูมิ ภวังคจิตมี…

**

สรุปภพภูมิต่างๆ ภพภูมิทั้ง ๓ คือ: ๑) กามาวจรภูมิ ซึ่งรวมทั้งภูมิของมนุษย์, ของสัตว์ดิรัจฉาน, ของเปรต, ของอสุรกาย, ของนรก และของเทวดา ๒) รูปาวจรภูมิ ซึ่งเป็นภูมิของพรหม มีรูปที่ละเอียดมาก ๓) อรูปาวจรภูมิ ซึ่งมีเพียงแต่นามเท่านั้น

พุทธสถานทั้งสองแห่งนั้นเป็นพระเจดีย์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศพม่า