paauk:knowing_and_seeing:p269

Action unknown: copypageplugin__copy
คาถามและคาตอบ ๔ – ๔.๖ บรรลุมรรคผลด้วยเพียงขณิกสมาธิได้หรือไม่

ปกติย่อมไม่วอกแวกออกไปจากอารมณ์ ย่อมตั้งมั่นอยู่กับไตรลักษณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง นี่ก็เรียกว่าขณิกสมาธิ

ถ้าโยคีสามารถเห็นนามรูปปรมัตถ์และเหตุของนามรูปอย่างละเอียดถี่ถ้วนและชัดเจน โดยที่ไม่ต้องเจริญสมถกรรมฐาน ก็แน่นอนว่าไม่จำเป็นต้องเจริญสมถะ ถ้าไม่เช่นนั้น ก็พึงอบรมสมถกรรมฐานอย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วพัฒนาสมาธิให้เพียงพอเพื่อให้เห็นนามรูปปรมัตถ์และเหตุของนามรูปได้

แต่ในสมาธิสูตรของขันธสังยุต พระพุทธเจ้าตรัสว่า

สมาธึ, ภิกฺขเว, ภาเวถ; สมาหิโต, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ยถาภูต ปชานาติ

(ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงเจริญสมาธิเถิด ภิกษุผู้มีจิตตั้งมั่น ย่อมรู้ชัดตามความเป็นจริง)

ดังนั้น โยคีจึงควรอบรมสมาธิเพื่อให้รู้ขันธ์ ๕ เหตุเกิดและความดับของขันธ์ ๕ เพื่อให้รู้ความไม่เที่ยง ความเป็นทุกข์ ความเป็นอนัตตาของขันธ์ ๕ โดยความดับไปจะเห็นได้ในอรหัตมรรคและเมื่อปรินิพพาน

อนึ่ง ในสมาธิสูตรของสัจจสังยุต พระพุทธเจ้าตรัสว่า บุคคลพึงอบรมสมาธิเพื่อให้รู้อริยสัจ ๔ ถ้าบัดนี้โยคีต้องการพิจารณาเพียงแค่เวทนา พึงทราบความต่อไปนี้ที่พระพุทธเจ้าได้ทรงอธิบายไว้ในปฐมอปริชานนสูตร ว่า

  • ส. ขันธวารวรรค ข้อ ๕ (สมาธิสูตร) ในขันธสังยุต อ้างอิงในหน้า ๕๙
  • ส. มหาวารวรรค สัจจสังยุต ข้อ ๑๐๗๑ (สมาธิสูตร) อ้างอิงในหน้า ๓๘

ดูการอ้างอิงที่เกี่ยวข้องกันด้วยในเชิงอรรถ ๔๓ หน้า ๔๒