หน้านี้มีไว้อ่านอย่างเดียว คุณสามารถอ่านข้อความต้นฉบับ ไม่สามารถแก้ไขได้ ให้สอบถามผู้ดูแลระบบถ้าคุณคิดว่านี่คือข้อผิดพลาด ====== คาถามและคาตอบ ๔ – ๔.๖ บรรลุมรรคผลด้วยเพียงขณิกสมาธิได้หรือไม่ ====== ปกติย่อมไม่วอกแวกออกไปจากอารมณ์ ย่อมตั้งมั่นอยู่กับไตรลักษณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง นี่ก็เรียกว่าขณิกสมาธิ ถ้าโยคีสามารถเห็นนามรูปปรมัตถ์และเหตุของนามรูปอย่างละเอียดถี่ถ้วนและชัดเจน โดยที่ไม่ต้องเจริญสมถกรรมฐาน ก็แน่นอนว่า'''ไม่จำเป็น'''ต้องเจริญสมถะ ถ้าไม่เช่นนั้น ก็พึงอบรมสมถกรรมฐานอย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วพัฒนาสมาธิให้เพียงพอเพื่อให้เห็นนามรูปปรมัตถ์และเหตุของนามรูปได้ แต่ใน'''สมาธิสูตร'''ของขันธสังยุต พระพุทธเจ้าตรัสว่า > สมาธึ, ภิกฺขเว, ภาเวถ; สมาหิโต, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ยถาภูต ปชานาติ > > (ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงเจริญสมาธิเถิด ภิกษุผู้มีจิตตั้งมั่น ย่อมรู้ชัดตามความเป็นจริง) ดังนั้น โยคีจึงควรอบรมสมาธิเพื่อให้รู้ขันธ์ ๕ เหตุเกิดและความดับของขันธ์ ๕ เพื่อให้รู้ความไม่เที่ยง ความเป็นทุกข์ ความเป็นอนัตตาของขันธ์ ๕ โดยความดับไปจะเห็นได้ในอรหัตมรรคและเมื่อปรินิพพาน อนึ่ง ในสมาธิสูตรของสัจจสังยุต พระพุทธเจ้าตรัสว่า บุคคลพึงอบรมสมาธิเพื่อให้รู้อริยสัจ ๔ ถ้าบัดนี้โยคีต้องการพิจารณาเพียงแค่เวทนา พึงทราบความต่อไปนี้ที่พระพุทธเจ้าได้ทรงอธิบายไว้ในปฐมอปริชานนสูตร ว่า * ส. ขันธวารวรรค ข้อ ๕ (สมาธิสูตร) ในขันธสังยุต อ้างอิงในหน้า ๕๙ * ส. มหาวารวรรค สัจจสังยุต ข้อ ๑๐๗๑ (สมาธิสูตร) อ้างอิงในหน้า ๓๘ ดูการอ้างอิงที่เกี่ยวข้องกันด้วยในเชิงอรรถ ๔๓ หน้า ๔๒