== คำถามและคำตอบ ๔ – ๔.๔ จบคอร์สแล้ว บรรลุธรรมฐิติญาณได้หรือไม่เป็นต้น { หน้า ๒๖๕ }
ญาณเป็นวิปัสสนาญาณในความไม่เที่ยง ความเป็นทุกข์ และความเป็นอนัตตาของสังขารธรรมทั้งหมด ของธรรมที่มีเหตุปรุงแต่งทั้งหมด ซึ่งก็คือนาม รูป และเหตุของนามรูป
นี่คือเหตุที่ธรรมฐิติญาณมาก่อน และมรรคญาณที่มีพระนิพพานเป็นอารมณ์จึงมาภายหลัง
ต่อจากนั้น พระพุทธเจ้าจึงทรงแสดงธรรมในเรื่องวัฏฏะ ๓ (เตปริวฏฺฏ ธมฺมเทสนา) ซึ่งคล้ายกับอนัตตลักขณสูตร เมื่อจบพระธรรมเทศนา ท่านสุสิมะได้บรรลุพระอรหันต์แล้ว แม้จะไม่ได้สมาบัติ ๘ หรืออภิญญา ๕ ท่านจึงเป็นสุทธวิปัสสนายานิกเช่นเดียวกัน เมื่อนั้นท่านจึงเข้าใจความหมายของพระธรรมเทศนาของพระพุทธเจ้าได้อย่างชัดเจน
ถ้าโยคีบรรลุธรรมฐิติญาณ แม้จะไม่บรรลุพระนิพพานในชาตินี้ แต่วิปัสสนาญาณก็จะไม่เสื่อมไป ศักยภาพของกรรมที่เกี่ยวข้องกับวิปัสสนาญาณของเธอยังมีกำลัง ถ้าเป็นสาวกธรรมดา ก็อาจจะบรรลุนิพพานในชาติต่อไป
== ๔.๕ บรรลุมรรคผลด้วยเพียงอุปจารสมาธิได้ไหม
คำถาม บุคคลจะสามารถบรรลุโลกุตตรธรรม (คือมรรคผล) ด้วยเพียงอุปจารสมาธิหรือไม่
**
- ในที่นี้ วัฏฏะ ๓ หมายถึงไตรลักษณะคือความไม่เที่ยง ความเป็นทุกข์ และความเป็นอนัตตา*
- ส. ขันธวารวรรค. ข้อ ๕๙ อ้างอิงในหัวข้อ “เจริญวิปัสสนา” หน้า 63*
- สำหรับสมาธิประเภทต่างๆ ดูที่คำถามและคำตอบ ๓.๑ หน้า 171*