วิธีกำหนดรูป – วิธีแยกอวัยวะการรับรู้
{ หน้า ๒๓๕ }
๑. จักขุทสกกลาป : กระทบกับสีได้ เป็นปสาทรูป เกิดจากกรรม ๒. กายทสกกลาป : กระทบกับธัพพะ คือ ดิน ไฟ และลมได้ เป็นปสาทรูป เกิดจากกรรม ๓. ภาวทสกกลาป : เป็นนปสาทรูป เกิดจากกรรม
นอกจากนั้น ยังมีรูปกลาปอีก ๓ ชนิด แต่ละชนิดประกอบด้วยรูป ๘ อย่าง รวมกันเป็น ๒๔ รูป (๓ x ๘ = ๒๔) เป็น ชีวิตอัฏฐกกลาป ๓ อย่าง อันเป็นรูปกลาปไม่โปร่งแสง ดังนี้
๑. จิตตชโอชาฏฐมกกลาป (รูปกลาปมีโอชาเป็นที่ ๘ เกิดจากจิต) ๒. อุตุชโอชาฏฐมกกลาป (รูปกลาปมีโอชาเป็นที่ ๘ เกิดจากอุตุ) ๓. อาหารชโอชาฏฐมกกลาป (รูปกลาปมีโอชาเป็นที่ ๘ เกิดจากอาหาร)
รูปกลาป ๓ อย่างแรก (คือทสกกลาป) เกิดจากกรรม เทียบกับรูปกลาป ๓ อย่างหลัง (คืออัฏฐกกลาป) ที่เกิดจากอุตุ จิต หรืออาหาร ดังที่กล่าวแล้วในเบื้องต้นของการสนทนาครั้งนี้ว่า รูปมีกาเนิด ๔ อย่าง
เพราะฉะนั้น,
- จักขุทสกกลาป มีรูปพื้นฐาน ๘ คือ ดิน น้ำ ไฟ ลม สี กลิ่น รส โอชา (๙) ชีวิตินทรีย์ (๑๐) จักขุปสาท
- กายทสกกลาป มีรูปพื้นฐาน ๘ คือ ดิน น้ำ ไฟ ลม สี กลิ่น รส โอชา (๙) ชีวิตินทรีย์ (๑๐) กายปสาท
- ภาวทสกกลาป มีรูปพื้นฐาน ๘ คือ ดิน น้ำ ไฟ ลม สี กลิ่น รส โอชา (๙) ชีวิตินทรีย์ (๑๐) ภาวรูป
ส่วน อัฏฐกกลาป มีรูปพื้นฐาน ๘ ชนิด ซึ่งรวมโอชาเป็นที่ ๘ ดู “ตาราง ๔ – ประเภทของรูปในตา” หน้า 246
สำหรับคำอธิบายสั้นๆ เกี่ยวกับกาเนิด ๔ อย่างของรูป คือ โดยกรรม โดยจิต โดยอุตุ และโดยอาหาร ดูหัวข้อ “การเกิดของรูป ๔ อย่าง” หน้า 197