paauk:knowing_and_seeing:p223

เจริญจตุธาตุววัฏฐาน (หน้า ๒๒๓)

ธรรมมีประเภทต่างๆ แม้ทั้งหมด ย่อมรู้ได้ด้วยชวนะทางมโนทวารเท่านั้น

ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุไฟ และธาตุลมของรูปกลาป โยคีรู้แล้วด้วยมโนวิญญาณจิตโดดๆ ได้ โดยสี กลิ่น และรสของรูปกลาปก็จะรู้ได้อย่างนั้น

เหมือนกัน ถึงอย่างนั้น แม้จะเห็นสีได้ง่ายด้วยมโนวิญญาณจิตโดดๆ แต่จะรู้กลิ่นและรสด้วยมโนวิญญาณจิตโดดๆ ก็ยาก เพราะการใช้จมูกและลิ้นเป็นนิสัยที่เคยชินมาตลอดชีวิต

ดังนั้น จนกว่ากรรมฐานจะเข้มแข็งและมีกำลัง โยคีจึงต้องใช้ฆานวิญญาณจิตและชิวหาวิญญาณจิตช่วย

เมื่อได้อธิบายวิธีการกำหนดรู้อารมณ์ ๒ อย่างไปแล้ว ก็จะมาดูการกำหนดรู้สี กลิ่น รส และโอชาในรูปกลาปต่อไป

แท้จริงแล้ว กิจรู้อารมณ์เป็นหน้าที่ของชวนจิต ๗ ดวงทางมโนทวาร ไม่ว่าอารมณ์นั้นจะเข้ามาทางทวารไหน ดูหัวข้อ “ทุกข์อริยสัจและทุกขสมุทัยอริยสัจ” หน้า 32 และ “ตาราง ๘ – มโนทวารวิถีเมื่อมีรูปารมณ์” หน้า 297

ดูคำอธิบายของพระพุทธเจ้าว่า มนินทรีย์คือจิตนั้นรู้อารมณ์ของอินทรีย์ ๕ อื่นได้อย่างไร

ดูการอ้างอิง “อุณณาภพราหมณสูตร” (อุณณาภพราหมณสูตร) ในหน้า 29

  • ผู้แปล – คือจากรูปก้อนโปร่งแสงที่แตกออกเป็นรูปกลาป เข้าไปรู้ธาตุ ๔ ในรูปกลาปนั้น นั่นเป็นการรู้ทางมโนวิญญาณไม่ได้รู้โดยปัญจวิญญาณ
  • ผู้แปล – คือโดยที่อาศัยมโนวิญญาณอย่างเดียว หรือโดยอาศัยปัญจวิญญาณด้วยมโนวิญญาณด้วย