paauk:knowing_and_seeing:p085

Action unknown: copypageplugin__copy

วิธีเจริญอานาปานสติจนถึงอัปปนา – วิธีเจริญอานาปานสติ

ดังนั้น บุคคลผู้กำลังเจริญสมาธิด้วยกรรมฐานเช่นอานาปานสติ ต้องมีศรัทธาที่เข้มแข็ง โยคีควรจะเจริญอานาปานสติโดยปราศจากความสงสัย ควรคิดว่า “สามารถได้ฌานถ้าเราดำเนินตามคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างมีระบบ”

แต่ถ้าบุคคลมีศรัทธาเกิน ซึ่งในที่นี้เป็นศรัทธาในปฏิภาคนิมิต สมาธิจะลดลง ศรัทธาที่มากเกินประกอบกับปีติที่มากเกิน ซึ่งก่อความรู้สึกต่างๆ นี้ หมายความว่า จิตของโยคีจะถูกรบกวนด้วยราคะที่ประกอบกับปีติ และปัญญาก็จะไม่สามารถรู้ชัดซึ่งปฏิภาคนิมิตได้

ดังนั้น เพราะศรัทธาอันมากเกิน ได้ตั้งความเลื่อมใสไว้ที่อารมณ์ ปัญญาจึงไม่ชัดเจนหรือมั่นคง อินทรีย์ที่เหลือคือวิริยะ สติ และสมาธิก็จะไร้กำลัง คือ วิริยะไม่สามารถยกเจตสิกที่เกิดพร้อมกันขึ้นสู่ปฏิภาคนิมิตและรักษาให้อยู่กับปฏิภาคนิมิตนั้น สติก็ไม่สามารถระลึกถึงปฏิภาคนิมิต สมาธิก็ไม่สามารถห้ามจิตไม่ให้ไปสู่อารมณ์อื่น และปัญญาก็ไม่สามารถรู้ชัดซึ่งปฏิภาคนิมิต เพราะฉะนั้น ศรัทธาที่มากเกินจริงๆ แล้วนำไปสู่ความเสื่อมศรัทธา

ถ้าวิริยะมีกำลังเกิน อินทรีย์ที่เหลือ คือศรัทธา สติ สมาธิ และปัญญา ก็จะไม่เลื่อมใส ไม่ระลึกถึง ไม่ป้องกันความวอกแวก และไม่อบรมการรู้ชัด เพราะฉะนั้น วิริยะที่มากเกินไปเป็นเหตุให้จิตไม่มีสมาธิอันสงบในปฏิภาคนิมิต

มีตัวอย่างในเรื่องของท่านพระโสณะ ในเมืองราชคฤห์ ท่านพระโสณะได้ยินคำสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้า ได้เกิดศรัทธา แล้วจึงขออนุญาตพ่อแม่เพื่ออุปสมบทเป็นพระภิกษุ พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงสอนกรรมฐานหนึ่งแก่ท่าน แล้วท่านก็ได้ไปอยู่ที่วิหารสีตะวัน ได้ปฏิบัติอย่างเอาจริงเอาจัง เมื่อเดินจงกรมประกอบ