หน้านี้มีไว้อ่านอย่างเดียว คุณสามารถอ่านข้อความต้นฉบับ ไม่สามารถแก้ไขได้ ให้สอบถามผู้ดูแลระบบถ้าคุณคิดว่านี่คือข้อผิดพลาด ==== วิธีเจริญอานาปานสติจนถึงอัปปนา – วิธีเจริญอานาปานสติ ==== ดังนั้น บุคคลผู้'''กำลัง'''เจริญสมาธิด้วยกรรมฐานเช่นอานาปานสติ ต้องมีศรัทธาที่เข้มแข็ง โยคีควรจะเจริญอานาปานสติโดยปราศจากความสงสัย ควรคิดว่า “สามารถได้ฌานถ้าเรา'''ดำเนิน'''ตามคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างมีระบบ” แต่ถ้าบุคคลมีศรัทธาเกิน ซึ่งในที่นี้เป็นศรัทธาในปฏิภาคนิมิต สมาธิ'''จะ'''ลดลง ศรัทธาที่มากเกินประกอบกับปีติที่มากเกิน ซึ่งก่อความรู้สึกต่างๆ นี้ หมายความว่า จิตของโยคีจะถูกรบกวนด้วยราคะที่ประกอบกับปีติ และปัญญาก็จะไม่สามารถรู้ชัดซึ่งปฏิภาคนิมิตได้ ดังนั้น เพราะศรัทธาอันมากเกิน ได้ตั้งความเลื่อมใสไว้ที่อารมณ์ ปัญญาจึงไม่ชัดเจนหรือมั่นคง อินทรีย์ที่เหลือคือวิริยะ สติ และสมาธิก็จะไร้'''กำลัง''' คือ วิริยะไม่สามารถยกเจตสิกที่เกิดพร้อมกันขึ้นสู่ปฏิภาคนิมิตและรักษาให้อยู่กับปฏิภาคนิมิตนั้น สติก็ไม่สามารถระลึกถึงปฏิภาคนิมิต สมาธิก็ไม่สามารถห้ามจิตไม่ให้ไปสู่อารมณ์อื่น และปัญญาก็ไม่สามารถรู้ชัดซึ่งปฏิภาคนิมิต เพราะฉะนั้น ศรัทธาที่มากเกินจริงๆ แล้ว'''นำ'''ไปสู่ความเสื่อมศรัทธา ถ้าวิริยะมี'''กำลัง'''เกิน อินทรีย์ที่เหลือ คือศรัทธา สติ สมาธิ และปัญญา ก็จะไม่เลื่อมใส ไม่ระลึกถึง ไม่ป้องกันความวอกแวก และไม่อบรมการรู้ชัด เพราะฉะนั้น วิริยะที่มากเกินไปเป็นเหตุให้จิตไม่มี'''สมาธิ'''อันสงบในปฏิภาคนิมิต มีตัวอย่างในเรื่องของท่านพระโสณะ ในเมืองราชคฤห์ ท่านพระโสณะได้ยิน'''คำสอน'''ของพระผู้มีพระภาคเจ้า ได้เกิดศรัทธา แล้วจึงขออนุญาตพ่อแม่เพื่ออุปสมบทเป็นพระภิกษุ พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงสอนกรรมฐานหนึ่งแก่ท่าน แล้วท่านก็ได้ไปอยู่ที่วิหารสีตะวัน ได้ปฏิบัติอย่างเอาจริงเอาจัง เมื่อเดินจงกรมประกอบ