paauk:knowing_and_seeing:p305

(๔) เพื่อประโยชน์ที่เรียกว่า “ภพวิเศษ” คือต้องการเกิดในพรหมภูมิ เมื่อถึงกาลก็จะต้องเจริญสมาธิเช่นฌานในกสิณ ๑๐ หรือในอานาปานสติ หรือในเมตตามกรรมฐาน แต่เพื่อให้แน่ใจว่าจะได้เกิดในพรหมโลก ก็จะต้องรักษาฌานไว้ให้ได้จนถึงก่อนขณะตาย

(๕) เพื่อประโยชน์แก่นิโรธ (นิโรธานิสงฺส) คือนิโรธสมาบัติ ซึ่งเป็นความดับอย่างชั่วคราวของจิต ของเจตสิก และของจิตตชรูป กล่าวว่าชั่วคราวนั้น ปกติหมายถึงหนึ่งวันจนถึงเจ็ดวัน โดยขึ้นอยู่กับการอธิษฐานก่อนเข้าสมาบัติ

พระอนาคามีและพระอรหันต์เท่านั้นที่เข้านิโรธสมาบัติได้ และสำหรับพระอรหันต์ ยกเว้นเมื่อนอนหรือเมื่อมนสิการบัญญัติ ก็จะไม่หยุดเห็นการเกิดขึ้นและดับไป หรือเห็นเพียงการดับไปของรูปนามและเหตุของรูปนาม โดยเป็นไปทั้งวัน ทั้งคืน เป็นวัน ๆ เดือน ๆ ปี ๆ

บางครั้งท่านจึงเบื่อหน่ายและไม่ต้องการเห็นการดับไปอีก แต่เพราะอายุขัยยังไม่สิ้นไป จึงยังไม่ใช่เวลาปรินิพพาน ดังนั้น เพื่อให้หยุดเห็นการดับไป ท่านจึงเข้านิโรธสมาบัติ

ทำไมท่านจึงไม่หยุดเห็นสภาวะเหล่านั้น เพราะท่านได้ทำลายกิเลสหมดสิ้นแล้ว (รวมทั้งนิวรณ์ด้วย) ด้วยความเป็นพระอรหันต์ ดังนั้น จึงมีสมาธิ จิตที่มีสมาธิย่อมเห็นปรมัตถธรรมตามความเป็นจริง จึงเห็นนามรูปปรมัตถ์ตามความเป็น

ดูรายละเอียดที่เกี่ยวข้องในหัวข้อ “วิธีเจริญสัมมสนญาณ” หน้า 359 ดูรายละเอียดเรื่องทางไปสู่พระอรหัต และเพราะเหตุนั้น ที่อยู่ประจำของพระอรหันต์ (คือเห็นแต่ความเกิดขึ้นและดับไปของสังขารธรรมอย่างต่อเนื่อง) ที่พระพุทธเจ้าทรงอธิบายไว้ใน ส.ข.๕๗ (สัตตัฏฐานสูตร)