paauk:knowing_and_seeing:p462

Action unknown: copypageplugin__copy

====== ทานอันยอดเยี่ยม – วิธีให้ทานอันเลิศ ====== { หน้า ๔๖๒ }

ก็จะกล่าวได้ว่า ทานนั้นเป็นยอด ถ้าทายกกำลังพยายามเพื่อทำลายราคะ โทสะ และโมหะ คือถ้าเขาเจริญวิปัสสนาในเวลาที่ให้ทาน คือ

  • กำหนดรู้นามรูปของตน และกำหนดความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และเป็นอนัตตาของนามรูป
  • กำหนดความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และเป็นอนัตตาของนามรูปภายนอก โดยเฉพาะของปฏิคาหก (ผู้รับ)
  • กำหนดความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และเป็นอนัตตาของรูปปรมัตถ์ในทาน
  • กำหนดความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และเป็นอนัตตาของนามธรรมที่เป็นกุศลที่เกิดขึ้นในตนเมื่อให้ทาน

เมื่อเขากำหนดรู้ธาตุ ๔ ในทาน ก็จะเห็นรูปกลาปได้อย่างง่าย ๆ เมื่อแยกแยะรูปกลาป ก็จะกำหนดรู้รูป ๘ ประเภทได้ คือ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุไฟ และธาตุลม สี กลิ่น รส และโอชา รูปกลาปคืออุตุชรูปที่เกิดต่อ ๆ กันไป ให้กำเนิดโดยธาตุไฟที่มีอยู่ในแต่ละรูปกลาป หลังจากนั้น ก็กำหนดรู้ความไม่เที่ยง ความเป็นทุกข์ และความเป็นอนัตตาของรูปเหล่านั้น ถ้าทายกสามารถเจริญวิปัสสนาอย่างนี้ ราคะ โทสะ และโมหะของเขาย่อมระงับไปในเวลาที่ถวายทาน และทานของเขาโดยปกติย่อมไม่ให้ผลด้วย โดยวิธีนี้จึงกล่าวได้ว่าทานนี้เป็นเลิศ

**

อ้างอิง: อภิ.ป. ๔๒๓ (กุสลติกะ – อุปนิสสยปัจจัย) ดูรายละเอียดเกี่ยวกับการเกิดต่อ ๆ กันของอุตุชรูปในหัวข้อ “อุตุชรูป (รูปเกิดจากอุณหภูมิ)” หน้า 203