หน้านี้มีไว้อ่านอย่างเดียว คุณสามารถอ่านข้อความต้นฉบับ ไม่สามารถแก้ไขได้ ให้สอบถามผู้ดูแลระบบถ้าคุณคิดว่านี่คือข้อผิดพลาด ======== ทานอันยอดเยี่ยม – โอกาสที่ไม่ควรพลาด { หน้า ๔๔๑ } ======== ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อสาวก'''กำหนดรู้ปฏิจจสมุปบาท''' ก็จะพึงเห็นชาติอดีตและชาติอนาคต ถ้ากำหนดรู้อดีตชาติได้หลายๆ ชาติ ก็จะได้'''วิปัสสนาญาณ'''ที่รู้ว่าอกุศลกรรมชนิดไหน'''ทำให้เกิดในอบาย''' และกุศลกรรมชนิดไหน'''ทำให้เกิดในสุคติ''' ญาณในภูมิ ๓๑ และในกฎแห่งกรรม จะพบได้ก็ในพระพุทธศาสนาเท่านั้น เพราะนอกพระพุทธศาสนา ไม่มีใครสามารถรู้ภูมิทั้ง ๓๑ และกฎแห่งกรรมที่ทำให้เกิดในแต่ละภูมิได้ ท่านทั้งหลายก็ไม่พึงพลาดโอกาสนี้เช่นกัน อนึ่ง ถ้าสาวกกำหนดรู้เหตุและผลของชาติอนาคต ก็จะพึงเห็นความดับสิ้นไปของรูปนามด้วย คือรู้อย่างบริบูรณ์ว่า เมื่อไรนามรูปของตนจะดับสิ้นไป นี่เป็น'''อริยสัจที่ ๓''' คือทุกขนิโรธอริยสัจ ญาณที่รู้อย่างนี้จะมีได้ก็ในพระพุทธศาสนาเท่านั้น ท่านทั้งหลายก็ไม่พึงพลาดโอกาสนี้เช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้น พระพุทธเจ้าทรงสอนทางคือ'''อริยสัจที่ ๔''' ซึ่งก็คือสมถะและวิปัสสนา เพื่อให้ถึงความดับสนิท สมถะและวิปัสสนาหมายถึง'''อริยมรรคมีองค์ ๘''' ส่วนนามรูปปริจเฉทญาณและปัจจยปริคคหญาณคือ'''สัมมาทิฏฐิ''' ญาณที่หยั่งรู้ความดับไปของรูปนามก็เป็น'''สัมมาทิฏฐิ''' ญาณที่หยั่งรู้อริยมรรคมีองค์ ๘ ก็เป็น'''สัมมาทิฏฐิ''' การยกจิตขึ้นสู่อริยสัจ ๔ เป็น'''สัมมาสังกัปปะ''' สัมมาทิฏฐิและสัมมาสังกัปปะเป็นวิปัสสนา เพื่อจะเจริญวิปัสสนาก็จะต้องได้สมาธิจากสมถะซึ่งก็คือ '''สัมมาวิริยะ''' '''สัมมาสติ''' และ'''สัมมาสมาธิ''' เมื่อเรากำลังเสพคุ้นกับสมถะและวิปัสสนา ก็พึงรักษาศีลให้บริสุทธิ์ ซึ่งก็คือ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ และสัมมาอาชีวะ การเสพคุ้นกับสมถะและวิปัสสนาโดยมีศีลเป็นฐานก็คือการเสพคุ้นกับ'''อริยมรรคมีองค์ ๘''' ซึ่งจะพบได้ในพระพุทธศาสนาเท่านั้น ท่านทั้งหลายก็ไม่พึงพลาดโอกาสนี้