paauk:knowing_and_seeing:p406

Action unknown: copypageplugin__copy

คาถามและคาตอบ ๗

คาถาม ๗.๑๕ – จิตที่เห็นรูปนามเป็นรูปนามเองหรือไม่ { หน้า ๔๐๖ }

ในแต่ละขณะจิต ที่มีวิปัสสนาญาณเป็นหัวหน้า ยิ่งไปกว่านั้น โยคีบางท่านอาจจะเกิดความติดข้องกับวิปัสสนาญาณของตน อาจมีมานะเพราะเจริญวิปัสสนาได้ดีและประสบความสำเร็จ เพื่อจะกำจัดและป้องกันกิเลสเหล่านี้นี่แหละจึงต้องเห็นวิปัสสนาญาณ หรือวิปัสสนาจิตตวิถีเองด้วยว่า ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และเป็นอนัตตา

คาถาม ๗.๑๖ – วิธีข่มความเบื่อ ความไม่ใส่ใจในกรรมฐาน

มีวิธีใดบ้างที่จะแก้ไขความไม่ใส่ใจและความเบื่อของจิตซึ่งอาจเกิดเมื่อได้ปฏิบัติมาเป็นเวลานาน หรือเมื่ออยู่ป่ารูปเดียว สภาวะจิตเช่นนี้เป็นอกุศลธรรมหรือไม่

คาตอบ

สภาวะของจิตอย่างนี้เรียกว่า ความเกียจคร้าน (โกสัชชะ) และโดยปกติแล้วเป็นอกุศลธรรมแบบอ่อน ๆ ที่เกิดร่วมกับโลภะ โทสะ เป็นต้น เกิดขึ้นเพราะอโยนิโสมนสิการ ถ้าอโยนิโสมนสิการนั้นเปลี่ยนไปหรือแทนที่ด้วยโยนิโสมนสิการ ก็จะประสบความสำเร็จในกรรมฐานได้

เพื่อข่มสภาวะจิตอย่างนี้ พึงระลึกถึงเป็นบางครั้งบางคราวว่า ความสำเร็จของพระโพธิสัตว์ศากยะมุนีของพวกเรานั้นมาจากความบากบั่น อนึ่ง พึงระลึกถึงวิธีนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าได้กล่าวไว้ใน สํ.นิ. ๓๔ (ทุติยญาณวัตถุสูตร) ในพระสูตรนั้น พระองค์ได้ทรงอธิบายเหตุเกิดของญาณในแต่ละองค์ของปฏิจสมุปปาทะ ซึ่งเป็นไปตามธรรมในปัจจุบัน อดีต และในอนาคต และว่า “ความรู้ว่า ธัมมฐิติญาณนั้น มีความสิ้นไป (*ขยธมฺม*) มีความเสื่อมไป (*วยธมฺม*) มีความคลายไป (*วิราคธมฺม*) มีความดับไป (*นิโรธธมฺม*) เป็นธรรมดา” อรรถกถาสังยุตตนิกายแสดงว่า นี่เป็นวิปัสสนาที่รู้ย้อนวิปัสสนา (วิปัสสนาปฏิวิปัสสนา)