paauk:knowing_and_seeing:p367

Action unknown: copypageplugin__copy

{ หน้า ๓๖๗ }

๑. ในวิธีแรกแห่งอรูปสัตตกะ พึงเห็นความไม่เที่ยง ความเป็นทุกข์ และความเป็นอนัตตาของรูปด้วยรูปสัตตกะ แต่ให้เห็นรูปเป็นกลุ่ม ๆ (คือเป็นกลาป) แล้วเห็นความไม่เที่ยง ความเป็นทุกข์ และความเป็นอนัตตาของจิตที่เห็นรูปเหล่านี้ คือ เห็นรูปกลาปโดยความไม่เที่ยง แล้วเห็นความไม่เที่ยง ความเป็นทุกข์ และความเป็นอนัตตาของวิปัสสนาจิตนั่นเองในแต่ละกรณี ๆ ด้วยวิปัสสนาจิตต่อ ๆ ไป แล้วทำอย่างเดียวกันกับรูปกลาปที่เห็นโดยความเป็นทุกข์และความเป็นอนัตตา

๒. ในวิธีที่ ๒ แห่งอรูปสัตตกะ พึงเห็นความไม่เที่ยง ความเป็นทุกข์ และความเป็นอนัตตาของจิตในแต่ละวิธีของรูปสัตตกะ คือ เห็นรูปในแต่ละวิธีของรูปสัตตกะโดยความไม่เที่ยง แล้วเห็นความไม่เที่ยง ความเป็นทุกข์ และความเป็นอนัตตาของวิปัสสนาจิตนั้นเองด้วยวิปัสสนาจิตต่อ ๆ ไป ให้ทำอย่างเดียวกันกับรูปที่เห็นโดยความเป็นทุกข์และความเป็นอนัตตา

๓. ในวิธีที่ ๓ แห่งอรูปสัตตกะ พึงเห็นความไม่เที่ยง ความเป็นทุกข์ และความเป็นอนัตตาของจิตในแต่ละวิธีของรูปสัตตกะ แต่ให้ทำอย่างนั้น ๔ ครั้งต่อ ๆ กันไป คือ ให้เห็นรูปในแต่ละวิธีของรูปสัตตกะว่าไม่เที่ยง และเห็นความไม่เที่ยง ความเป็นทุกข์ และความเป็นอนัตตาของวิปัสสนาจิตแรกด้วยวิปัสสนาจิตที่สอง และวิปัสสนาจิตที่สองด้วยวิปัสสนาจิตที่สาม เป็นต้น จนเห็นความไม่เที่ยง ความเป็นทุกข์ และความเป็นอนัตตาของวิปัสสนาจิตที่สี่ ด้วยวิปัสสนาจิตที่ห้า

  • นามธรรม ๓๔ หรือ ๓๓ หรือ ๓๒ อย่าง*

ดู “ตาราง ๘ – มโนทวารวิถีเมื่อมีรูปารมณ์” หน้า 297