paauk:knowing_and_seeing:p351

Action unknown: copypageplugin__copy

คำตอบ

เราไม่สามารถเจริญวิปัสสนาเมื่ออยู่ในฌานสมาบัติ ไม่ว่าจะเป็นสมาบัติไหน และเนวสัญญานาสัญญายตนะก็เป็นฌาน เพราะอะไร? เพราะการเจริญวิปัสสนาไม่ได้ใช้อารมณ์เดียวกันกับที่ใช้ในการเจริญฌาน

อนึ่ง ฌานเราเจริญโดยตั้งสมาธิอยู่กับอารมณ์เดียวเท่านั้น (ตัวอย่างเช่น อานาปานนิมิต หรือ กสิณนิมิต) เปรียบเทียบกับวิปัสสนาที่เราเจริญโดยกาหนดรู้อารมณ์ต่างๆ กัน

ยกตัวอย่างเช่น อารมณ์ของฌานก็คือปฏิภาคนิมิตซึ่งเป็นบัญญัติ ไม่ใช่ปรมัตถธรรม แต่อารมณ์ของวิปัสสนาไม่ใช่บัญญัติ แต่เป็นรูปนามปรมัตถ์และเหตุของรูปนามรวมทั้งฌานธรรม (คือ นามธรรม ๓๔ อย่างของปฐมฌาน ๓๒ อย่างของทุติยฌาน ๓๑ อย่างของตติยฌาน จตุตถฌาน และอรูปฌาน) หลังจากออกจากฌานแล้วเท่านั้น ที่โยคีจะสามารถเจริญวิปัสสนากับอารมณ์ของวิปัสสนา เช่น ฌานจิตกับเจตสิกที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ซึ่งในที่นี้ก็คือนามธรรม ๓๑ ท่านได้กล่าวเรื่องนี้ไว้ในอนุปทสูตรในมัชฌิมนิกาย

ในพระสูตรนั้น พระพุทธเจ้าได้ตรัสอย่างละเอียดว่ามีข้อยกเว้นบ้าง มีตัวอย่างเช่น อรูปฌานที่ ๒ และอรูปฌานที่ ๔ เป็นการตั้งสมาธิอยู่กับอรูปฌานจิตขั้นก่อน ซึ่งเป็นอารมณ์ที่เป็นปรมัตถธรรม ไม่ใช่บัญญัติ (คือเหมือนกับอารมณ์ของวิปัสสนา) ดูเชิงอรรถ ๓๑๙ หน้า ๒๖๘ ดูรายละเอียดด้วยในหัวข้อ “วิธีเจริญอรูปฌาน ๔” หน้า ๑๒๗ ดูหัวข้อ “วิธีกาหนดรู้ฌานวิถีจิต” หน้า ๒๘๔

เพราะพึ่งพูดถึงจตุตถฌานและอรูปฌานเป็นท้ายสุด ม.อุป.๙๓ (อนุปทสูตร) ส่วนคำถามและคำตอบ ๔.๖ หน้า ๒๖๗ กล่าวถึงพระสูตรเนื่องกับการเจริญวิปัสสนาด้วยเวทนาเท่านั้น