หน้านี้มีไว้อ่านอย่างเดียว คุณสามารถอ่านข้อความต้นฉบับ ไม่สามารถแก้ไขได้ ให้สอบถามผู้ดูแลระบบถ้าคุณคิดว่านี่คือข้อผิดพลาด ====== คาถามและคาตอบ ๖ ===== '''คาถาม ๖.๔ – อรูปฌานหรือเมตตากรรมฐาน จากอานาปานสติ (หน้า ๓๓๘)''' โยคีได้เจริญอานาปานสติจนถึงจตุตถฌานแล้ว ต้องการจะเจริญอรูปฌาน ก่อนอื่นพึงเจริญกสิณกรรมฐานอย่างใดอย่างหนึ่ง ยกเว้นอากาสกสิณ ให้จนถึงจตุตถฌาน แล้วจึงจะเจริญอรูปฌานต่อไปได้ ถ้าต้องการเจริญเมตตากรรมฐานจากจตุตถฌานของอานาปานสติ ก็จะทำได้โดยไม่มีปัญหาอะไร ให้เห็นบุคคลที่เป็นอารมณ์ของเมตตาด้วยแสงจากจตุตถฌานของอานาปานสติ ถ้าแสงมีกำลังไม่พอ ก็อาจจะยากสักหน่อย แต่นั่นก็เกิดไม่บ่อย เมื่อได้กสิณจตุตถฌานแล้ว โดยเฉพาะเมื่อเป็นโอทาตกสิณจตุตถฌาน ถ้าเจริญเมตตา ก็จะสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว นี่เป็นเหตุที่ราสอนโอทาตกสิณก่อน '''เมตตากรรมฐาน''' ====== คาถาม ๖.๕ – จะปลงชีวิตสังขารได้อย่างไร ====== '''คาถาม''' จะปลงชีวิตสังขาร คือเลือกเวลาตายได้อย่างไร '''คาตอบ''' ถ้าได้ปฏิบัติอานาปานสติจนถึงอรหัตตมรรคแล้ว ก็จะรู้เวลาปรินิพพานที่แน่นอนได้ วิสุทธิมรรคกล่าวถึงพระมหาเถระรูปหนึ่งผู้ปรินิพพานเมื่อกำลังเดิน ก่อนอื่นท่านขีดเส้นลงที่ทางจงกรม แล้วบอกภิกษุสหธรรมิกว่า ท่านจะปรินิพพานเมื่อไปถึงเส้นนั้น แล้วก็เป็นอย่างที่ท่านกล่าว ผู้ที่ไม่ใช่พระอรหันต์ก็รู้อายุขัยของตนได้เหมือนกัน ถ้าได้ปฏิบัติปฏิจจสมุปบาท ซึ่งก็คือความสัมพันธ์กัน * ดูเหตุผลว่าทำไมจึงเว้นอากาสกสิณในเชิงอรรถ ๑๓๙ หน้า 127 * ดูหัวข้อ “วิธีเจริญอรูปฌาน ๔” หน้า 127 * ดูรายละเอียดเรื่องนี้ในคาถามและคาตอบ ๒.๒ หน้า 135 *วิสุทธิ.อนุสสติกัมมัฏฐานนิเทศ.๒๓๘ (กถาว่าด้วยอานาปานสติ)*