paauk:knowing_and_seeing:p307

Action unknown: copypageplugin__copy
คาถามและคาตอบ ๕

คาถาม ๕.๑ – ประโยชน์ของสมาบัติ ๘ มี ๕ อย่าง { หน้า ๓๐๗ }

ต่อจากนั้น ก็ให้เข้าเนวสัญญานาสัญญายตนะ คืออรูปฌานที่ ๔ เมื่อสมาบัติจิตเกิดขึ้น ๒ ขณะแล้ว ก็จะเข้าถึงนิโรธ (คือความดับไปของจิตเป็นต้น) ตามระยะเวลาที่อธิษฐาน เช่น ๗ วัน จะไม่เห็นอะไร ๆ ในสมาบัติ เพราะจิตและเจตสิกทุกอย่างไม่เกิดขึ้นในระหว่าง

คาถาม ๕.๒ – ต้องใช้สมาธิในการเข้าใจไตรลักษณ์หรือไม่

อย่างไหนจะง่ายที่สุดและเร็วที่สุดเพื่อบรรลุพระนิพพาน ระหว่างการใช้ทฤษฎีเพื่อรู้จักความไม่เที่ยง ความเป็นทุกข์ และความเป็นอนัตตา กับการใช้สมาธิเพื่อกำหนดรู้ปรมัตถธรรม

คาตอบ

อะไรคือความไม่เที่ยง

สภาวะไม่เที่ยงก็คือ ขันธ์ ๕ ความหมายนี้อรรถกถาได้กล่าวไว้หลายแห่ง ถ้าเห็นขันธ์ ๕ ได้อย่างชัดเจน ก็จะเห็นความไม่เที่ยง ความเป็นทุกข์ และความเป็นอนัตตาได้โดยไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าไม่เห็นขันธ์ ๕ จะเห็นความไม่เที่ยงเป็นต้นได้อย่างไร ถ้าพยายามเห็นความไม่เที่ยงเป็นต้นโดยไม่เห็นขันธ์ ๕ วิปัสสนาของคนนั้นย่อมเป็นวิปัสสนานกแก้ว ไม่ใช่วิปัสสนาที่แท้จริง วิปัสสนาแท้เท่านั้นจึงจะนำไปสู่มรรคญาณและผลญาณได้

อะไรเล่าคือขันธ์ ๕ คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ ทั้งในอดีต อนาคต ปัจจุบัน ทั้งภายในและภายนอก ทั้งหยาบและละเอียด ทั้งทรามและประณีต ทั้งไกลและใกล้ รูป-ขันธ์ก็คือรูปทั้ง ๒๘ ประเภท ส่วนเวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ และ

**

อ้างอิง: วิสุทธิ.ปัญญาภาวนานิสังสนิเทศ. ๘๗๙ (กถาว่าด้วยนิโรธสมาบัติ) “อนิจฺจนฺติ ขนฺธปญฺจก…” วิภังค์.อ.๑๕๔ (สัมโมหวิโนทนี อายตนวิภังค์ สุตตันตภาชนีย์ อ้างอิงใน Q&A 2.3, p.77)