paauk:knowing_and_seeing:p283

  • { หน้า ๒๘๓ }

ถ้าได้ฌานด้วยกรรมฐาน เช่น อานาปานสติ แล้ว เพื่อกำหนดรู้นาม จุดเริ่มต้นเลิศสุดก็คือ ฌานจิต และ เจตสิก ที่เกิดร่วมกัน โดยมีเหตุผล ๒ อย่างคือ:

๑. เมื่อเจริญฌาน ก็จะต้องกำหนดรู้องค์ฌาน ๕ อย่างอยู่แล้ว ซึ่งหมายความว่า โยคีมีประสบการณ์ในการกำหนดรู้เจตสิกเหล่านั้นแล้ว และ ๒. จิตของฌานนั้นเกิดขึ้นติดต่อกันมากมาย จึงเป็นสิ่งที่เห็นได้ชัดและง่ายที่จะกำหนดรู้ โดยต่างกับกามาวจรวิถี ซึ่งมีจิตที่เกิดขึ้นเพียง ๗ ขณะเท่านั้นก่อนที่วิถีจิตใหม่จะเกิดขึ้น

ดังนั้น เพื่อจะกำหนดรู้นามธรรมของฌาน ให้เริ่มโดยเข้าฌานมี ปฐมฌาน เป็นต้น จนกระทั่งแสงแห่งสมาธิสว่าง สุกใส และมีรัศมี ให้ออกจากฌานนั้นแล้ว กำหนดรู้ภวังค์ (คือมโนทวาร) และปฏิภาคนิมิตด้วยกัน เมื่อนิมิตปรากฏที่ภวังค์ ให้กำหนดรู้เจตสิก คือ องค์ฌาน ๕ โดยสภาวะ องค์ฌาน ๕ ก็คือ:

๑. วิตก คือ การยกและตั้งจิตไว้ที่ปฏิภาคนิมิต ๒. วิจาร คือ การรักษาจิตไว้ที่ปฏิภาคนิมิต ๓. ปีติ คือ ความเอิบอิ่มในปฏิภาคนิมิต ๔. สุข คือ ความสุขในปฏิภาคนิมิต ๕. เอกัคคตา คือ ความมีจิตเป็นหนึ่งที่ปฏิภาคนิมิต

(ปริญญาณ) แต่เป็นกลางของวิปัสสนา เพราะฉะนั้น โดยปกติแล้ว จะไม่สามารถกำหนดรู้นามธรรมภายนอกอย่างละเอียด ดูรายละเอียดอื่นในขันธสูตรที่อ้างอิงที่หน้า ๒๕

ฌานวิถีคือวิถีจิตของรูปาวจรภูมิ หรืออรูปาวจรภูมิ