หน้านี้มีไว้อ่านอย่างเดียว คุณสามารถอ่านข้อความต้นฉบับ ไม่สามารถแก้ไขได้ ให้สอบถามผู้ดูแลระบบถ้าคุณคิดว่านี่คือข้อผิดพลาด ==== คาถามและคาตอบ ๔ – ๔.๓ ไม่ได้บรรลุ วิปัสสนาญาณเสื่อมได้หรือไม่เป็นต้น ==== [หน้า ๒๖๓] ต่อๆ ไป ดังนั้น ในขณะที่ทากาละ โยคีแม้จะยังไม่ได้สมถวิปัสสนาที่เข้มแข็ง แต่เพราะสมถวิปัสสนาเป็นกุศลกรรมที่มีกำลัง นิมิตที่ดีย่อมปรากฏทางมโนทวาร และจุติจิตอาจเกิดโดยมีนิมิตนั้นเป็นอารมณ์ เพราะกุศลกรรมนี้ โยคีย่อมถึงสุคติ และในที่นั้นย่อมบรรลุพระนิพพานได้ แต่ถ้าปฏิบัติวิปัสสนาจนถึงช่วงจิตที่ใกล้ตาย (มรณาสนฺนชวน) โยคีก็จะเป็นบุคคลประเภทแรกที่ระบุไว้ในโสตานุกถาสูตรซึ่งเพิ่งกล่าวถึง ==== ๔.๔ บรรลุธรรมฐิติญาณได้หรือไม่เป็นต้น ==== '''คาถาม''' โยคีผู้ที่ผ่านการปฏิบัติแล้ว แต่ยังไม่ได้บรรลุพระนิพพาน จะสามารถบรรลุธรรมฐิติญาณได้หรือไม่ และถ้าได้ ญาณนั้นจะเสื่อมได้หรือไม่ '''คาตอบ''' โยคีสามารถบรรลุญาณนั้นได้ ดังที่พระพุทธเจ้าทรงอธิบายต่อสุสิมปริพาชกว่าว่า > *ปุพฺเพ โข สุสิม ธมฺมฏฺฐิติญาณ ปจฺฉา นิพฺพาเน ญาณ* > *สุสิมะ ธัมมฐิติญาณเกิดก่อน นิพพานญาณเกิดภายหลัง* (มรรคญาณที่มีพระนิพพานเป็นที่สุด) '''[หมายเหตุจากพระสูตร]''' ท่านสุสิมะเป็นปริพาชกที่เข้ามาเพื่อขโมยธรรมะ แต่พระพุทธเจ้าทรงเห็นว่าเธอจะบรรลุพระนิพพานภายใน ๒-๓ วัน จึงได้ให้อุปสมบท (อ้างถึง: ส.นิทานวรรค.ข้อ ๗๐, สุสิมสูตร) '''[ความหมายตามพระมหาจุฬาแปล]''' สุสิมะ ธัมมฐิติญาณเกิดก่อน นิพพานญาณเกิดภายหลัง