paauk:knowing_and_seeing:p254

Action unknown: copypageplugin__copy

หลังจากเสร็จคอร์สการปฏิบัติแล้ว โยคีจะได้มรรคญาณและผลญาณหรือไม่ ถ้าไม่ได้ทำไมถึงไม่ได้

บางทีอาจจะได้ โดยขึ้นอยู่กับบารมีของโยคี ยกตัวอย่างเช่น ท่านพาหิยทารุจีริยะ ท่านได้ปฏิบัติสมถะวิปัสสนาจนถึงสังขารุเบกขาญาณในพระศาสนาของพระพุทธเจ้าพระนามว่ากัสสปะ ปฏิบัติเป็นเวลาถึงสองหมื่นปีแต่ไม่ได้ญาณในมรรคผล เพราะได้รับพยากรณ์จากพระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ แล้วว่าจะได้เป็นผู้บรรลุเป็นพระอรหันต์อย่างรวดเร็วที่สุด (ขิปฺปาภิญฺญา) ในพระศาสนาของพระศากยมุนี ดังนั้น บารมีของท่านจึงสุกงอมในสมัยนั้นเท่านั้น

โดยนัยเดียวกัน สาวกอื่น ๆ ของพระพุทธเจ้าผู้ได้ปฏิสัมภิทา ๔ ในพระศาสนาของพระพุทธเจ้าศากยมุนีพระองค์นี้ ก็ได้ปฏิบัติสมถะวิปัสสนาจนถึงสังขารุเบกขาญาณ ในพระศาสนาของพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อน ๆ เช่นกัน นี่เป็นธรรมดา ส่วนปฏิสัมภิทา ๔ ที่สาวกเหล่านั้นได้ก็คือ

๑. อัตถปฏิสัมภิทา (ปัญญาแตกฉานในอรรถ) คือวิปัสสนาญาณเกี่ยวกับผล คือรู้ทุกข์โขริยสัจ ๒. ธัมมปฏิสัมภิทา (ปัญญาแตกฉานในธรรม) คือวิปัสสนาญาณเกี่ยวกับเหตุ คือรู้ทุกขสมุทัยอริยสัจ

**

แหล่งอ้างอิง:

  • ขุ.เถรปทาน.ข้อ ๑๗๘ (พาหิยเถราปทาน)
  • อ.อรรถกถา (เอกนิบาต) ข้อ ๒๑๖ (เรื่องพระพาหิยทารุจีริยเถระ)