วิธีกาหนดรูป – วิธีเจริญจตุธาตุววัฏฐาน
โยคีพึงกาหนดรู้ชีวิตินทรีย์ในรูปกลาปโปร่งแสงของตา ดังนั้น พึงดูที่ตาอีกครั้งเพื่อกาหนดรู้รูปกลาปไม่โปร่งแสงที่มีชีวิตินทรีย์ เพราะชีวิตนวกกลาปและภาวทสกกลาปมีอยู่ในอวัยวะสำหรับการรับรู้ทั้ง ๖ รูปกลาปไม่โปร่งแสงที่ย่อมเป็นอย่างใดอย่างหนึ่งในสองอย่างนั้น ถ้ามีภาวรูป นั่นเป็นภาวทสกกลาป ถ้าไม่มีนั่นเป็นชีวิตนวกกลาป ถ้าเป็นชีวิตนวกกลาป ให้กาหนดรู้รูปกลาปไม่โปร่งแสงอีกกลาปหนึ่งจนกาหนดรู้ภาวรูปได้ จากนั้น ให้พยายามหาภาวรูปของรูปกลาปในหู จมูก ลิ้น กาย และหัวใจ
วิธีกาหนดรู้หทยรูป
เพื่อกาหนดรู้รูปกลาปไม่โปร่งแสงของหัวใจ ให้ตั้งสมาธิอีกครั้งที่มโนทวาร (คือภวังคจิต) ที่สว่างสุกใส เพื่อให้เห็นภวังคจิตได้อย่างชัดเจน พึงกระดิกนิ้ว พึงดูจิตที่ต้องการกระดิกนิ้ว แล้วพยายามกาหนดรู้ความที่ภวังคจิตเกิดขึ้นอาศัยหทยรูปซึ่งเป็นหทยทสกกลาปอันไม่โปร่งแสง โยคีจะเจอรูปกลาปนี้ได้ที่บริเวณต่ำลงมาจากที่พบภวังคจิต
เมื่อทำได้เช่นนี้ โยคีก็ได้กาหนดรู้รูปหมดทุกประเภทในรูปกลาปต่างๆ คือ ดิน น้ำ ไฟ ลม สี กลิ่น รส โอชา ชีวิตินทรีย์ ภาวรูป และหทยรูป และได้กาหนดรู้รูปเหล่านั้นในรูปกลาปโปร่งแสงและรูปกลาปไม่โปร่งแสงตามสมควรในอวัยวะสำหรับ
พระอาจารย์ใหญ่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า – เราได้กล่าวถึง “อวัยวะสำหรับการรับรู้ ๖” นั้นแล้วด้วยคำว่า “วัตถุ ๖” แต่ว่า ดังที่อธิบายแล้ว วัตถุนั้นความจริงแล้วเป็นเพียงรูปที่ ๑๐ ในรูปกลาปนั้น ๆ ดังนั้นในที่นี้ จึงเรียกว่า “อวัยวะสำหรับการรับรู้” มุ่งหมายเอาอวัยวะทั้งหลาย เช่น ลูกตาเป็นต้น