วิธีกาหนดรูป – รูปกลาป ๓ ประเภท (หน้า ๑๙๓)
๖. กลิ่น (คันธธาตุ) ๗. รส (รสธาตุ) ๘. โอชา (โอชาธาตุ)
เนื่องจากมีรูป ๘ อย่าง รูปกลาปประเภทนี้จึงเรียกว่า อัฏฐกกลาป และเพราะมีโอชาเป็นรูปที่แปด จึงเรียกว่า โอชัฏฐกกลาป รูปกลาปชนิดนี้มีอยู่ทั่วร่างกาย และเป็นรูปไม่โปร่งแสง (นปสาทรูป)
รูปกลาปประเภทที่สองประกอบด้วยรูปพื้นฐาน ๘ ประเภท บวกกับรูปที่ ๙ คือ ชีวิตินทรีย์ เพราะมีรูป ๙ ประเภท จึงเรียกว่า นวกกลาป และเพราะมีชีวิตินทรีย์เป็นที่ ๙ จึงเรียกว่า ชีวิตนวกกลาป รูปกลาปชนิดนี้มีอยู่ทั่วร่างกายและเป็นรูปไม่โปร่งแสง (นปสาทรูป)
The Pali for the different types of *råpa-kalàpa* is *kalàpa* that has x as the y th.
รูปโปร่งแสง (ปสาทรูป) และรูปไม่โปร่งแสง (นปสาทรูป) ดูความหมายในเชิงอรรถ อภิธานหน้า ๕๐๘, p277.
มีรูปกลาปพร้อมด้วยอุปาทายรูปที่ต้องกำหนดรู้แต่ไม่ได้กล่าวถึงในที่นี้ เช่น รูปกลาปที่มีเสียงเป็นที่ ๙, กลาปที่มีกายวิญญัติเป็นที่ ๑๒, กลาปที่มีวจีวิญญัติเป็นที่ ๑๐ และที่ ๑๓ และกลาปที่มีความเบาเป็นที่ ๑๑ สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับรูปกลาปเหล่านี้และธาตุอื่น ๆ ดูวิสุทธิมรรค ขันธนิเทศ ข้อ ๔๓๒ (รูปขันธกถา) หรือหนังสือ “อานาปานสติและจตุธาตุววัฏฐาน” ของพระอาจารย์ใหญ่ แปลโดยอัยยาจิตรญาณี
เตโชธาตุของรูปกลาปที่มีชีวิตินทรีย์ (ชีวิตนวกกลาป) ย่อมรักษาอัฏฐกกลาปที่เกิดขึ้นพร้อมกันไว้ นี่เป็นเหตุผลว่า แม้อัฏฐกกลาปที่เกิดขึ้นด้วยกันจะไม่มีชีวิตินทรีย์ แต่อัฏฐกกลาปนั้นก็เรียกว่า “มีร่วมกับวิญญาณ” (สวิญฺญาณก) ถ้าไม่มีความร้อนจากชีวิตนวกกลาป รูป (ดูหน้าต่อไป)