คาถามและคาตอบ ๓ – ๓.๔ อุปจารสมาธิและอัปปนาสมาธิในฌานขั้นต่างๆ
ขั้นต่างๆ เหล่านั้นจะมีนิมิตเดียวกันเป็นอารมณ์ แต่องค์ฌานก็มีกำลังยิ่งๆ ขึ้นไปตามลำดับ
องค์ฌานของอุปจารฌานขั้นแรกข่มทุกขเวทนาทางกาย (กายิกทุกฺขเวทนา) ขั้นที่สองข่มโทมนัสเวทนา ขั้นที่สามข่มสุขเวทนาทางกาย (กายิกสุขเวทนา) ขั้นที่สี่ข่มโสมนัสเวทนา
ความต่างกันเช่นนี้ทำให้เราแยกแยะขั้นของอุปจารสมาธิได้ โดยเฉพาะขั้นที่สี่ เพราะในขั้นนั้น ลมหายใจจะสุขุมยิ่งจนเกือบหยุดแล้ว โดยจะหยุดโดยสิ้นเชิงในอัปปนาฌานขั้นที่ ๔
เราแยกแยะระดับของอัปปนาฌานโดยดูที่องค์ฌานเช่นกัน ในอัปปนาฌานขั้นแรกมีองค์ฌานทั้ง ๕ คือวิตก วิจาร ปีติ สุข และเอกัคคตา ในขั้นที่สองมีองค์ฌาน ๓ คือปีติ สุข และเอกัคคตา ในขั้นที่สามมี ๒ คือสุข และเอกัคคตา และในขั้นที่สี่ก็มี ๒ เช่นกัน คืออุเบกขา และเอกัคคตา เมื่อดูองค์ฌาน ก็จะกล่าวได้ว่า “นี่คืออัปปนาฌานขั้นที่หนึ่ง” “นี่คืออัปปนาฌานขั้นที่สอง” ฯลฯ อนึ่ง สมาธิจะเพิ่มกำลังไปตามลำดับ สมาธิในจตุตถฌานมีกำลังมากสุด มากที่สุดอย่างไร โยคีพึงพยายามเข้าฌานนั้นด้วยตนเอง มีหลายท่านที่ระบุว่า จตุตถฌานนั้นดียิ่งและสงบสุด
๓.๕ การตกจากอัปปนาสมาธิ การได้อัปปนาสมาธิ
คาถาม อะไรเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้โยคีตกจากหรือถอยออกจากอัปปนาสมาธิกลับไปสู่อุปจารสมาธิ อะไรทำให้ผู้อยู่ในอุปจารสมาธิได้อัปปนาสมาธิ
คาตอบ ถ้าโยคีไม่เคารพในกรรมฐาน แต่เคารพในอารมณ์อื่นนอกจากปฏิภาคนิมิต นิวรณ์นานัปการย่อมเกิดขึ้น ความคิดที่เป็นไปในความโลภและความพยาบาทย่อมเกิดขึ้นเพราะอโยนิโสมนสิการ (คือการใส่ใจที่ไม่แยบคาย) อารมณ์