paauk:knowing_and_seeing:p175

Action unknown: copypageplugin__copy

ชั่วโมง และในช่วงเวลาที่อธิษฐานไว้นั้น ก็จะรู้พระนิพพานอย่างต่อเนื่องโดยเป็นความสุขอันสงบ (สนฺติสขุ)

ดังนั้น จึงชัดเจนว่าถ้าไม่รู้อะไรเลย นี่ไม่ใช่เพราะได้บรรลุพระนิพพานแล้ว แต่เพราะสมาธิยังอ่อนอยู่

เมื่อปฏิภาคนิมิตของอานาปานสติปรากฏ จิตของโยคียังอาจตกลงสู่ภวังค์ได้ เพราะองค์ฌานยังไม่มีกำลัง เหมือนกับเด็กน้อยผู้หัดเดินยังอ่อนแอเกินที่จะยืนเอง จึงล้มแล้วล้มอีกฉันใด ในระดับของอุปจารสมาธิ องค์ฌานยังไม่ได้เจริญอย่างเต็มที่ จึงอาจตกลงสู่ภวังค์ก็ฉันนั้นเหมือนกัน แต่นั่นก็ไม่ใช่พระนิพพาน

เพื่อไม่ให้ตกลงสู่ภวังค์และเพื่อเจริญสมาธิให้ยิ่งขึ้น โยคีต้องได้การสนับสนุนจากอินทรีย์ ๕ คือ ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ และปัญญา เพื่อผลักดันจิตและตั้งจิตไว้ที่ปฏิภาคนิมิต ต้องมีวิริยะเพื่อให้จิตรู้ปฏิภาคนิมิตครั้งแล้วครั้งเล่า ต้องมีสติเพื่อระลึกถึงนิมิตนั้น และต้องมีปัญญาเพื่อรู้แจ้งนิมิต

เมื่อถึงขั้นอัปปนาฌาน องค์ฌานก็ได้เจริญอย่างเต็มที่แล้ว เหมือนกันบุรุษที่แข็งแรงและมีกำลังย่อมยืนได้ตลอดทั้งวันแม้ฉันใด โยคีเมื่อถือเอาปฏิภาคนิมิตนั้นเป็นอารมณ์ ก็ย่อมดำรงอยู่ในอัปปนาฌานนั้นเป็นเวลานานได้โดยไม่ตกลงสู่ภวังค์ก็ฉันนั้นเหมือนกัน อัปปนาล้วนๆ ที่ไม่มีการคั่นในระหว่างอาจเกิดติดต่อกันได้เป็นระยะเวลาหนึ่ง-สอง-สามชั่วโมงหรือยิ่งกว่านั้น ในช่วงเวลานั้น ย่อมไม่ได้ยินเสียงอะไรๆ เลย จิตย่อมไม่ไปสู่อารมณ์อื่น นอกจากปฏิภาคนิมิตนั้นแล้วก็จะไม่รู้อะไรอื่นเลย