หน้านี้มีไว้อ่านอย่างเดียว คุณสามารถอ่านข้อความต้นฉบับ ไม่สามารถแก้ไขได้ ให้สอบถามผู้ดูแลระบบถ้าคุณคิดว่านี่คือข้อผิดพลาด ====== คาถามและคาตอบ ๒ – คาถาม ๒.๒ – การเจริญสมถกรรมฐานก่อนเจริญวิปัสสนา ====== { หน้า ๑๔๐ } จะได้เมตตาฌานด้วยการนั่งบัลลังก์เดียว ดังนั้น ถ้าเข้าจตุตถฌานด้วยโอทาตกสิณ ออกจากฌานนั้นแล้วเจริญเมตตาฌาน ก็ย่อมสำเร็จได้โดยง่าย เพื่อบรรลุจตุตถฌานด้วยโอทาตกสิณ พึงควรเริ่มเจริญกรรมฐานด้วยโครงกระดูกทั้งภายในและภายนอกก่อน เพราะจะทำให้เจริญโอทาตกสิณได้ง่ายมาก ดังนั้น เมื่อได้จตุตถฌานแล้ว โดยปกติเราจะสอนให้เจริญกรรมฐานในอาการ ๓๒ ของร่างกาย, กรรมฐานในโครงกระดูก และกรรมฐานในโอทาตกสิณ ตามประสบการณ์แล้วโยคีส่วนมากจะกล่าวว่า จตุตถฌานในโอทาตกสิณนั้นดีกว่า จตุตถฌานในอานาปานสติ เพราะฌานในโอทาตกสิณนั้นมีผลให้ใจสะอาดกว่า สว่างไสวกว่า และสงบกว่า ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการเจริญกรรมฐานอื่นๆ ดังนั้น เราจึงสอนโอทาตกสิณก่อนเมตตากรรมฐาน มีปัญหาอย่างหนึ่งที่ทั่วไปกับผู้เริ่มปฏิบัติทั้งหมด โยคีอาจจะเคยฝึกเมตตากรรมฐานมาแล้ว แต่โยคีเคยได้ฌานหรือไม่ ในการปฏิบัติ ถ้าโยคีต้องการแผ่เมตตาไปในบุคคลเพศเดียวกัน ก่อนอื่นพึงทำใบหน้ายิ้มๆ ของบุคคลนั้นให้เป็นอารมณ์ แล้วเจริญเมตตาต่อบุคคลนั้นเป็นต้นว่า “ขอให้กัลยาณบุคคลนี้เป็นผู้ปราศจากความทุกข์ใจ” สำหรับผู้ปฏิบัติใหม่ ไม่นานนักใบหน้ายิ้มๆ นั้นก็จะหายไป แล้วเจริญเมตตากรรมฐานต่อไปไม่ได้เพราะอารมณ์กรรมฐานได้หายไป ดังนั้น จึงไม่อาจบรรลุเมตตาฌานหรือแม้สมาธิอื่นๆ ได้ ทว่าใช้จตุตถฌานอันอาศัยโอทาตกสิณ ก็จะไม่เป็นเช่นนั้น คือ เมื่อโยคีออกจากฌานแล้วเจริญเมตตา เพราะสมาธิที่มีมาก่อน ใบหน้าที่มีรอยยิ้มนั้นก็จะไม่จาง *ผู้แปล – เพราะกำลังของสมาธิไม่มี*