paauk:knowing_and_seeing:p134

Action unknown: copypageplugin__copy
คาถามและคาตอบ ๒

คาถาม ๒.๑ – การสมาธิ-อินทรีย์ และปัญญา-อินทรีย์ให้สมดุล { หน้า ๑๓๔ }

คาถาม ๒.๒ – การเจริญสมถกรรมฐานก่อนเจริญวิปัสสนา

เมื่อได้จตุตถฌานแล้ว เหตุไฉนจึงไม่ไปกำหนดรู้ขันธ์ทั้ง ๕ โดยความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา แล้วบรรลุพระนิพพานโดยตรง ทำไมต้องมาเจริญกรรมฐานในอาการ ๓๒ ของร่างกาย, โครงกระดูก, โอฏฐกสิณ, ธาตุ ๔, รูป, นาม, ปฏิจจสมุปบาท และวิปัสสนาด้วย

คาตอบ

พระพุทธองค์ทรงสอนการเจริญวิปัสสนาด้วยการกำหนดรู้ขันธ์ ๕ แก่บุคคล ๓ ประเภท คือ ผู้มีปัญญาแหลมคม, ผู้มีวิปัสสนาญาณไม่ชัดเจนในเรื่องนาม และผู้มีอัธยาศัยเจริญวิปัสสนาแบบย่อ

โยคีรู้: ขันธ์ ๕ คืออะไร? อะไรเป็นความต่างกันระหว่างขันธ์ ๕ กับรูปนาม?

คาตอบ

ก่อนจะตอบคาถามที่สองของโยคี เรามาคุยกันก่อนเรื่องรูปนามและขันธ์ ๕

ปรมัตถสัจจะนั้นมี ๔ อย่างคือ จิต เจตสิก รูป และนิพพาน เพื่อจะบรรลุพระนิพพานซึ่งเป็นปรมัตถสัจจะที่ ๔ เราต้องเห็นความไม่เที่ยง ความเป็นทุกข์ และความเป็นอนัตตาในปรมัตถสัจจะที่เหลือ ๓ อย่าง คือ จะต้องเห็น

  • ๑. จิต ๘๙
  • ๒. เจตสิก ๕๒

พระอาจารย์ใหญ่กาลังกล่าวเรื่องนี้อย่างกว้างๆ หน้า ๓๓ ดูหัวข้อ “การรู้และเห็นทุกข์อริยสัจ”