paauk:knowing_and_seeing:p104

Action unknown: copypageplugin__copy
คำถามและคำตอบ ๑ – ๑.๓ วิญญาณออกจากร่างหรือไม่ในอานาปานสติ

“เราได้เห็นสภาวปรมัตถ์ของรูปนามแล้ว” หรือว่า “อัตตาตัวรู้ เห็นรูปนามปรมัตถ์แล้ว”

เพื่อข้ามความเห็นผิดเหล่านี้ ก็จะต้องแยกแยะฆนะทั้ง ๓ ของวิปัสสนาวิถีจิตก่อน ๆ ซึ่งแทงตลอดฆนะทั้ง ๓ ของอารมณ์ก่อน ๆ ด้วยวิปัสสนาปัญญาที่มีในภายหลัง จะต้องเห็นว่านามที่เป็นอารมณ์ของวิปัสสนาปัญญาภายหลังก็ยังเป็นตัวรู้ในวิปัสสนาปัญญาที่มีมาก่อน เพราะนามนั้นแทงตลอดฆนะทั้ง ๓ ของนามธรรมซึ่งก็เป็นตัวรู้ที่มีอารมณ์ด้วย

แล้วโยคีจะทำลายฆนะของนามได้อย่างไร มาดูตัวอย่างคือมโนทวารวิถีของอุปจารสมาธิที่มีปฏิภาคนิมิตของอานาปานสติเป็นอารมณ์ วิถีจิตเช่นนี้มีมโนทวาราวัชชนจิตขณะหนึ่งและชวนจิตเจ็ดขณะ ในมโนทวาราวัชชนจิตนั้น มีเจตสิก ๑๒ ประเภท ส่วนชวนจิตแต่ละขณะมีเจตสิก ๓๔ ประเภท

ถ้าทำลายฆนะ ๔ อย่างของนามได้อย่างนี้ ก็จะเห็นแต่การเกิดและดับไปอย่างรวดเร็วของจิตกับเจตสิกที่เกิดร่วมกันเท่านั้น

ตัวอย่างความเห็นผิดอย่างอื่นที่เป็นไปในทำนองนี้ก็คือ “ผู้รู้รู้” “คนทารู้” “สิ่งที่รู้รู้” ฯลฯ.

บางคนอาจจะคิดว่า “รูปนามปรมัตถ์เปลี่ยนแปรไป แต่จิตที่รู้นามรูปนั้นไม่เปลี่ยน”

  • ผู้แปล* – คือมีวิปัสสนาวิถีจิตแรก ๆ ที่แทงตลอดฆนะของอารมณ์ก่อน ๆ แล้วมีวิปัสสนาวิถีจิตต่อ ๆ มาที่แทงตลอดฆนะทั้ง ๓ ของวิปัสสนาวิถีจิตแรก ๆ