paauk:knowing_and_seeing:p102

Action unknown: copypageplugin__copy

ธาตุแต่ละอย่างมีลักษณะ กิจ (รส) อาการปรากฏ (ปัจจุปฏฺฐาน) และเหตุใกล้ (ปทฏฺฐาน) ของตนๆ จึงไม่ได้อาศัยสิ่งที่ไม่ใช่ธาตุอื่นๆ เช่น อัตตา

โยคีจะแยกแยะสลายความเป็นกลุ่มก้อนของรูปได้อย่างไร?

ต้องเริ่มต้น กำหนดรู้รูปกลาป (เป็นอณูเล็กๆ) จากนั้นจึงวิเคราะห์รูปกลาปต่างๆ เพื่อให้เห็นว่ารูปกลาปแต่ละกลาปประกอบด้วยรูปต่างๆ อย่างน้อยแปดชนิด จากนั้นจึงวิเคราะห์รูปแต่ละอย่าง หากไม่ทำตามลำดับนี้ ความสำคัญว่ามีวิญญาณก็จะไม่สูญหายไป

เช่นเดียวกัน ถ้าไม่ทำลายความเป็นกลุ่มก้อน (ฆนะ) ของนามธรรม สัญญา ว่ามีวิญญาณก็จะไม่หายไป ตัวอย่างเช่น เมื่อใจฟุ้งไป ก็อาจจะคิดว่าจิตที่ฟุ้งอยู่นั้น คือวิญญาณของโยคี

ความเป็นกลุ่มก้อน ๔ อย่างในวิถีจิตที่ต้องทำลายด้วยวิปัสสนาญาณ

๑) สันตติฆนะ (ความเป็นกลุ่มก้อนโดยการสืบต่อ) อธิบายว่า เพราะนามนั้นปรากฏโดยความสืบต่อเป็นอันเดียวกันและสืบเนื่องกันไป เราจึงอาจคิดว่าเป็นใจเดียวกันนั้นแหละที่รู้อารมณ์ทางตา ทางหู จมูก ลิ้น กาย และใจ อาจคิดไปต่างๆ กัน เป็นต้นว่า นี้เป็นอัตตาเดียวกัน ใจเดียวกัน จิตบริสุทธิ์ ดวงเดียวกัน ที่ท่องเที่ยวไปจากภพสู่ภพ โดยเข้าไปสถิตอยู่ในร่างกายต่างๆ กัน และในชาตินี้ ก็อาจคิดว่าใจของตนนั้นท่องเที่ยวไปภายนอกร่างกาย เพื่อข้ามความเห็นผิดนี้

  • *ที่มา:* เราวิ.ฎี ปฏิปทาญาณทัสสนวิสุทธินิเทส ข้อ ๗๓๙ (วรรณนากถาว่าด้วยอุทยัพพยญาณที่พ้นแล้วจากอุปกิเลส)
  • *หมายเหตุ:* ผู้แปล – เป็นลัทธิของมหายานอย่างหนึ่ง เรียกตามภาษาสันสกฤตว่า พุทธธาตุ (Buddha nature) ดูวิกิพีเดียฉบับอังกฤษในบทความ “Buddha-Nature”