หน้านี้มีไว้อ่านอย่างเดียว คุณสามารถอ่านข้อความต้นฉบับ ไม่สามารถแก้ไขได้ ให้สอบถามผู้ดูแลระบบถ้าคุณคิดว่านี่คือข้อผิดพลาด == วิธีเจริญอานาปานสติจนถึงอัปปนา – วิธีบรรลุฌาน == (หน้า ๙๒) องค์ฌาน ๒ อย่างคือ '''วิตก''' และ '''วิจาร''' จะปรากฏเป็นของหยาบ ในขณะที่ '''ปีติ''' '''สุข''' และ '''เอกัคคตา''' ปรากฏเป็นของประณีต ดังนั้น เพื่อที่จะละองค์ที่หยาบและได้องค์ที่ประณีต พึงตั้งสมาธิใน '''ปฏิภาคนิมิต''' อีก โดยวิธีนี้ ก็จะสามารถเข้า'''ทุติยฌาน''' ซึ่งมีองค์ ๓ อย่างเหล่านี้เท่านั้น คือ '''ปีติ สุข''' และ '''เอกัคคตา''' เมื่อนั้น โยคีพึงเจริญ '''วสี ๕''' ในทุติยฌาน เมื่อประสบผลสำเร็จ และต้องการเจริญ'''ตติยฌาน''' ก็พึงออกจากทุติยฌานที่คุ้นเคยแล้ว พิจารณาโทษของทุติยฌานนั้น และพิจารณาประโยชน์ของตติยฌาน ซึ่งก็คือ ทุติยฌานใกล้กับปฐมฌานที่มีองค์ฌานอันหยาบคือวิตกและวิจาร และทุติยฌานเองก็มีองค์ฌานที่หยาบคือปีติ จึงทำให้ทุติยฌานนั้นสงบน้อยกว่าตติยฌาน ซึ่งไม่มีปีติ ดังนั้น โดยที่ตอนนี้ไม่มีฉันทะในองค์ฌานที่หยาบนั้น และมีฉันทะในองค์ที่ประณีตเท่านั้น โยคีพึงตั้งสมาธิอีกในปฏิภาคนิมิตแล้วเข้าทุติยฌาน เมื่อออกจากทุติยฌานและพิจารณาถึงองค์ฌาน องค์ฌานคือปีติจะปรากฏโดยเป็นของหยาบ ในขณะที่สุขและเอกัคคตาจะปรากฏเป็นของประณีต ดังนั้น เพื่อละองค์ฌานที่หยาบและได้องค์ที่ประณีต พึงตั้งสมาธิในปฏิภาคนิมิตอีก โดยวิธีนี้ ก็จะสามารถเข้า'''ตติยฌาน''' ซึ่งมีองค์คือ '''สุข''' และ '''เอกัคคตา''' เพียงเท่านั้น เมื่อบรรลุตติยฌานแล้ว ก็พึงเจริญ '''วสีภาวะ ๕''' ในตติยฌาน *** พระอาจารย์ใหญ่พะเอ้าตอยะอธิบายว่า องค์ฌานคือปีตินั้น เป็นองค์สนับสนุนให้เกิดความยึดติดกับฌานสุข แต่เพราะอารมณ์ของฌานนั้นสุขุม ความยึดติดนั้นจึงไม่สามารถเพิ่มขึ้นจนเป็นกามราคะได้ จึงเป็นความติดข้องที่ละเอียด (ปีห)