- วิธีเจริญอานาปานสติจนถึงอัปปนา – วิธีบรรลุฌาน*
๓. ออกจากฌานได้ตามที่กำหนดเวลาไว้ (วุฏฐานวสี) ๔. การอาวัชชน (การระลึกถึง) องค์ฌานได้ (อาวัชชนวสี) ๕. ทบทวนพิจารณาองค์ฌานได้ (ปัจจเวกขณวสี)
ในอังคุตรนิกาย คาวีอุปมาสูตร พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า บุคคลไม่พึงพยายามยังทุติยฌานให้เกิดก่อนจะชำนาญในปฐมฌาน ทรงอธิบายว่า ถ้ายังไม่มีวาสีภาวะในปฐมฌานอย่างบริบูรณ์ แล้วพยายามเพื่อยังฌานที่สูงขึ้นไปให้เกิด ก็จะเสียปฐมฌาน แล้วก็ไม่สามารถได้ฌานที่สูงขึ้นด้วย คือย่อมสูญเสียฌานทั้งหมด
เมื่อมีวาสีในปฐมฌานแล้ว โยคีสามารถพยายามยังทุติยฌานให้เกิดขึ้น โดยเข้าปฐมฌานที่ปานนี้ได้คุ้นเคยแล้ว ออกจากฌาน แล้วพิจารณาโทษของฌานนั้น และพิจารณาประโยชน์ของทุติยฌาน ซึ่งก็คือ ปฐมฌานนั้นใกล้กับนิวรณ์ ๕ และมีองค์ฌานที่หยาบคือวิตกและวิจาร ซึ่งทำให้ปฐมฌานนั้นสงบสุขน้อยกว่าทุติยฌานที่ไม่มีองค์ฌานอันหยาบเหล่านั้น ดังนั้น โดยไม่มีฉันทะในองค์ฌาน ๒ อย่างนั้น มีฉันทะเพียงแค่ปีติ สุข และเอกัคคตา พึงตั้งสมาธิในปฏิภาคนิมิตอีกแล้วเข้าปฐมฌาน
เมื่อออกจากปฐมฌาน แล้วพิจารณาองค์ฌานอีกด้วยสติสัมปชัญญะ อันการระลึกถึงและการทบทวนพิจารณาองค์ฌานเกิดขึ้นในมโนทวารวิถีเดียวกัน คือ
มโนทวาราวัชชนจิต (การระลึกถึง) อารมณ์นั้น ซึ่งในกรณีนี้ก็คือองค์หนึ่งในองค์ฌานทั้ง ๕ (ต่อจากนั้น) ชวนจิตก็ติดตามมโนทวาราวัชชนจิตโดยบางครั้งมี ๔-๕-๖ หรือ ๗ ขณะ และมีอารมณ์เดียวกัน ดูรายละเอียดในตาราง ๘ หน้า 297
**
อรรถกถา (อ. สัตตกนิบาต. ข้อ ๓๕)
- คาวีอุปมาสูตร* เป็นพระสูตรเกี่ยวกับอุปมาว่าด้วยแม่โค หรือพระสูตรเกี่ยวกับโคภูเขา