หน้านี้มีไว้อ่านอย่างเดียว คุณสามารถอ่านข้อความต้นฉบับ ไม่สามารถแก้ไขได้ ให้สอบถามผู้ดูแลระบบถ้าคุณคิดว่านี่คือข้อผิดพลาด ======วิธีเจริญอานาปานสติจนถึงอัปปนา – วิธีบรรลุฌาน{ หน้า ๙๐ }====== ฌาน จิตของโยคีก็จะรู้ปฏิภาคนิมิตอย่างต่อเนื่องกันเป็นเวลาหลายชั่วโมง หรือแม้ตลอดคืน หรือแม้ตลอดทั้งวันทั้งคืน เมื่อจิตมีสมาธิอยู่ที่ปฏิภาคนิมิตอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหนึ่งหรือสองชั่วโมง พึงพยายาม'''กำหนดรู้'''บริเวณหัวใจที่ภวังคจิตอาศัยเกิดขึ้น ซึ่งก็คือหทยวัตถุ ภวังคจิตนั้นสว่างและสุกใส โดยอรรถกถาอธิบายว่า ภวังคจิตนั้นก็คือมโนทวาร ถ้าพยายามแล้วพยายามอีกหลายครั้งหลายคราว ในที่สุดก็จะสามารถ'''กำหนดรู้'''มโนทวารคือภวังคจิตกับปฏิภาคนิมิตที่ปรากฏ ณ ที่นั้น แล้วพึง'''กำหนดรู้'''องค์ฌาน ๕ ทีละองค์ เมื่อปฏิบัติต่อไป ก็จะสามารถ'''กำหนดรู้'''องค์ฌานทั้ง ๕ ได้พร้อมกัน '''องค์ฌาน ๕''' คือ ๑. '''วิตก''' – ยกจิตขึ้นและตั้งจิตไว้ที่ปฏิภาคนิมิต ๒. '''วิจาร''' – รักษาจิตไว้ที่ปฏิภาคนิมิต ๓. '''ปีติ''' – เอิบอิ่มใจในปฏิภาคนิมิต ๔. '''สุข''' – สุขใจในปฏิภาคนิมิต ๕. '''เอกัคคตา''' – ความรวมเป็นหนึ่งของจิตที่ปฏิภาคนิมิต องค์ฌานทั้งหมดเรียกรวมกันว่า “'''ฌาน'''” เมื่อโยคีเริ่มเข้าฌานได้ ควรฝึกเพื่อให้อยู่ในฌานได้เป็นเวลานานๆ ไม่ควรใช้เวลามากเกินเพื่อ'''กำหนดรู้'''องค์ฌาน ควรเจริญ'''วสีภาวะ'''แห่งฌาน '''วสี''' มี ๕ อย่าง คือ ๑. เข้าฌานได้ตามต้องการ ('''สมาปัชชนวสี''') ๒. อธิษฐานให้อยู่ในฌานโดย'''กำหนด'''ระยะเวลา ('''อธิฏฐานวสี''') แล้วอยู่ได้ตามที่อธิษฐาน