หน้านี้มีไว้อ่านอย่างเดียว คุณสามารถอ่านข้อความต้นฉบับ ไม่สามารถแก้ไขได้ ให้สอบถามผู้ดูแลระบบถ้าคุณคิดว่านี่คือข้อผิดพลาด ======== งอัปปนา – วิธีเจริญอานาปานสติ (หน้า ๘๓) ======== จิตก็จะแนบแน่นอยู่ที่นิมิตเอง เมื่อเป็นเช่นนี้เท่านั้นจึงควรตั้งสมาธิที่นิมิต เมื่อรักษาใจไว้ที่นิมิตอย่างต่อเนื่อง นิมิตก็จะขาวขึ้น ๆ จนเหมือนปุยฝ้าย นั่นเป็น'''อุคคหนิมิต''' โยคีควรอธิษฐานเพื่อรักษาใจให้มีสมาธิอย่างสงบอยู่ที่อุคคหนิมิตสีขาวนั้น เป็นระยะเวลาหนึ่ง-สอง-สามชั่วโมงหรือยิ่งกว่านั้น ถ้าสามารถรักษาใจให้แนบแน่นที่อุคคหนิมิตนั้นชั่วโมงหนึ่งหรือสองชั่วโมง นิมิตก็จะเริ่มชัดเจน สว่าง สุกใส นี่เป็น'''ปฏิภาคนิมิต''' ให้อธิษฐานและปฏิบัติเพื่อรักษาใจให้อยู่ที่ปฏิภาคนิมิตเป็นเวลาหนึ่งสอง-สามชั่วโมง ให้ปฏิบัติจนสำเร็จ ในขั้นนี้ โยคีจะได้'''อุปจารสมาธิ'''หรือ'''อัปปนาสมาธิ''' '''อุปจารสมาธิ'''เรียกว่าอุปจาร (เข้าใกล้) ก็เพราะอยู่ใกล้ฌานโดยเกิดก่อน ส่วน'''อัปปนาสมาธิ'''ก็คือฌาน สมาธิทั้งสองประเภทมีปฏิภาคนิมิตเป็นอารมณ์ ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวของสมาธิทั้งสองก็คือ ในอุปจารสมาธิ องค์ฌานยังไม่สมบูรณ์ เพราะเหตุนี้ภวังคจิตจึงยังเกิดอยู่ และบุคคลยังอาจตกลงสู่ภวังค์ได้ (คือจิตที่รักษาภพชาติ) โยคีอาจกล่าวว่า ทุกสิ่งทุกอย่าง (รวมทั้งจิต) หยุดทั้งหมด และอาจเข้าใจด้วยซ้ำว่านี่คือพระนิพพาน แต่ตามความจริงแล้ว จิตยังไม่หยุด แต่โยคียังไม่ชำนาญพอเพื่อกำหนดรู้การตกลงสู่ภวังค์ เพราะภวังคจิตนั้นละเอียดมาก สำหรับหนังสือภาษาอังกฤษฉบับที่ ๒ และ ๓ มีผู้ชี้ว่า นี่ไม่ใช่คู่มือภาวนา แต่ถึงกระนั้น พระอาจารย์ใหญ่ก็ได้ปรับปรุงคำสอนในย่อหน้านี้สำหรับหนังสือฉบับที่ ๕