อารัมภบท – ทาอย่างไรจึงจะรู้และเห็นนิโรธอริยสัจ (หน้า ๕๗)
ในขั้นนี้ เป็นการรู้และเห็นเพียงว่า เมื่อเหตุที่ก่อสังขาร ๕ อย่างดับ ก็จะไม่เกิดสังขารต่อไปอีก ด้วยความหยั่งรู้นี้ จึงเข้าใจได้ว่า โยคีปรินิพพานแล้ว พระพุทธองค์ตรัสว่า ถ้าไม่เห็นเช่นนี้ ก็จะไม่สามารถบรรลุพระนิพพาน ซึ่งเป็นเป้าหมายของความเป็นสมณะและความเป็นพราหมณ์ คือ
ภิกษุทั้งหลาย สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง
๑. ไม่รู้ชัดชราและมรณะ ๒. ไม่รู้ชัดความเกิดแห่งชราและมรณะ ๓. ไม่รู้ชัดความดับแห่งชราและมรณะ ๔. ไม่รู้ชัดปฏิปทาที่จะให้ถึงความดับแห่งชราและมรณะ ไม่รู้ชัดชาติ ฯลฯ ไม่รู้ชัดภพ…อุปาทาน…ตัณหา…เวทนา…ผัสสะ…สฬายตนะ…นามรูป…วิญญาณ…
ส. นิทานวรรค สมณพราหมณสูตร ข้อ ๑๓. ใน ม. ม. เวขณสูตร ข้อ ๒๗๘ (เวขณะเป็นชื่อของปริพาชก) พระพุทธเจ้าได้ทรงอธิบายไว้ด้วยว่า “กัจจานะ สมณพราหมณ์เหล่าใด เมื่อไม่รู้เงื่อนเบื้องต้น ไม่เห็นเงื่อนเบื้องปลาย ยังยืนยันว่า ‘เรารู้ชัดว่า ชาติสิ้นแล้ว อยู่จบพรหมจรรย์แล้ว ทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้ว ไม่มีกิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้อีกต่อไป’ สมณพราหมณ์เหล่านั้นควรถูกข่มขี่สมกับเหตุ”
(คา แปลภาษาไทยมาจากมหามกุฏ พ.อ.พยอมบอกเป็นการแปลตามอรรถ แปลตาม พยัญชนะแปลว่า การข่มซึ่งสมณพราหมณ์เหล่านั้น ย่อมเป็นสิ่งที่เป็นไปโดยสหธรรมนั่นเทียว)