หน้านี้มีไว้อ่านอย่างเดียว คุณสามารถอ่านข้อความต้นฉบับ ไม่สามารถแก้ไขได้ ให้สอบถามผู้ดูแลระบบถ้าคุณคิดว่านี่คือข้อผิดพลาด '''อารัมภบท – ทุกขอริยสัจและทุกขสมุทยั อริยสัจ {หน้า ๒๘}''' พระพุทธเจ้าทรงอธิบายทวาร ๕ โดยใช้คำว่า '''“อินทรีย์”''' แทนคำว่า “ทวาร” ไว้ในอุณณาภพราหมณสูตร โดยทรงใช้คำว่า > พราหมณ์ อินทรีย์ ๕ ประการนี้ มีอารมณ์ต่างกัน มีโคจรต่างกัน ไม่เสวยอารมณ์อันเป็นโคจรของกันและกัน อินทรีย์ ๕ ประการอะไรบ้าง คือ > ๑. จักขุนทรีย์ > ๒. โสตินทรีย์ > ๓. ฆานินทรีย์ > ๔. ชิวหินทรีย์ > ๕. กายินทรีย์ > พราหมณ์ ใจเป็นที่ยึดเหนี่ยวของอินทรีย์ ๕ ประการนี้ที่มีอารมณ์ต่างกัน มีโคจรต่างกัน ไม่เสวยอารมณ์อันเป็นโคจรของกันและกัน และใจย่อมเสวยอารมณ์อันเป็นโคจรของอินทรีย์ ๕ ประการนี้” เมื่ออารมณ์ที่เป็นรูปกระทบทวารที่เป็นรูป ก็กระทบมโนทวาร (คือภวังค์) ไปพร้อม ๆ กัน ส่วนอารมณ์ที่ไม่ใช่รูปอื่น ๆ ทั้งหมดกระทบเฉพาะมโนทวาร คำว่า '''อินทรีย์''' ในสูตรนี้เป็นอย่างเดียวกันกับ '''อายตนะ''' และ '''ทวาร''' ฯลฯ ที่ใช้ในที่อื่น พราหมณ์ผู้ที่พระพุทธเจ้าทรงสนทนาด้วยในสูตรนี้ใช้คำว่า “อินทรีย์ห้า” ในคำถามต้นพระสูตร (ส. มหาวารวรรค ข้อ ๕๑๒) พระอาจารย์ใหญ่พะเอ้าตอยะอ้างอิงคำอุปมาในอัฏฐสาลินี (จิตตุปปาทกัณฑ์ กามาวจรกุสลปทภาชนีย์) ว่า เมื่อนกตัวหนึ่งบินมาจับที่กิ่งต้นไม้ เงาของมันก็ปรากฏที่พื้นดิน (ดูหน้าต่อไป)