paauk:knowing_and_seeing:p347

คาถามและคาตอบ ๖ – คาถาม ๖.๗ – ความไม่เที่ยงขัดแย้งกับพุทธพยากรณ์หรือไม่ (หน้า ๓๔๗)

เป็นปุถุชน หลังจากตรัสรู้แล้วเท่านั้นที่พระองค์ได้เป็นพระศากยมุนีพุทธเจ้า หลังจากบรรลุอรหัตตมรรคพร้อมด้วยสัพพัญญุตญาณแล้ว ท่านไม่สามารถจะแปรเปลี่ยนอรหัตตมรรคนั้นได้ นี่เป็นกฎธรรมชาติที่แน่นอน (สัมมัตตนิยาม) ในที่นี้ กฎที่แน่นอนนั้นหมายความว่าผลของอรหัตตมรรคนั้นจะแปรเปลี่ยนไม่ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าอรหัตตมรรคนั้นเป็นของเที่ยง แต่หมายความว่า ผลของมรรคนั้นย่อมเกิดเพราะศักยภาพของกรรมอันเปลี่ยนไม่ได้ แล้วนี่หมายความอย่างไรกันแน่ คือ อรหัตมรรคย่อมก่ออรหัตผลอย่างแน่นอน ย่อมทาลายกิเลสทั้งหมดอย่างแน่นอน ย่อมทาลายทั้งอกุศลกรรมและกุศลกรรมทั้งหมดที่ถ้าไม่ถูกทาลายแล้ว ก็จะต้องให้ผลหลังปรินิพพาน

กฎของกรรมเช่นนี้เรียกว่ากฎธรรมชาติที่แน่นอน เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ดังนั้น กฎธรรมชาติที่แน่นอนและคาพยากรณ์ที่แน่นอนจึงไม่ขัดแย้งกับกฎของความไม่เที่ยง

ในตอนนี้ มีอะไรต้องกล่าวอีกอย่างหนึ่ง การอธิษฐานหรือการตั้งความปรารถนาเพียงอย่างเดียวไม่พอให้ได้สัพพัญญุตญาณ เมื่อพระโพธิสัตว์ได้รับการพยากรณ์อันแน่นอน เหตุ ๘ ดังกล่าวนั้นต้องสมบูรณ์แล้ว อนึ่ง คาพยากรณ์เพียงอย่างเดียวก็ไม่ได้ให้ได้ความเป็นพระพุทธเจ้า แม้หลังจากการพยากรณ์อันแน่นอนนั้นแล้ว พระโพธิสัตว์ก็ยังต้องเจริญบารมี ๑๐ ทั้ง ๓ ระดับต่อไป คือ

๑. บารมีพื้นฐาน ๑๐ อย่าง เช่น การให้บุตร ธิดา ภรรยา และทรัพย์สมบัติภายนอกเป็นทาน

  • ดูบารมี ๑๐ ในคาถามและคาตอบ ๔.๑ หน้า ๒๕๒*