วิธีกาหนดรูป – วิธียกแยกอวัยวะการรับรู้ { หน้า ๒๓๗ }
ต่อที่ ๑ แล้วเห็นการก่อให้เกิดรูปกลาปต่อที่ ๒ และด้วยวิธีนี้ก็จะเห็นว่า ธาตุไฟในจักขุทสกกลาป (ซึ่งเกิดจากกรรม) ก่อให้เกิดรูปกลาปได้ ๔-๕ ต่อ โดยขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของอาหารและกำลังของกรรม
ต้องเห็นความเป็นไปอย่างนี้ในรูปกลาปแต่ละชนิด ที่อวัยวะการรับรู้แต่ละอย่าง และต้องเห็นว่ารูปกลาปแต่ละอย่างจะก่ออุตุชโอชัฏฐมกกลาปได้กี่ต่อ
วิธีกำหนดรู้อาหารรูป
ดังที่กล่าวแล้ว อาการ ๔ ในร่างกายรวมทั้งอาหารที่ยังไม่ได้ย่อย อาหารที่ย่อยแล้ว (คืออุจจาระ) หนอง และปัสสาวะ ไม่ใช่อะไรอื่นไปจากอุตุชโอชัฏฐมกกลาปที่ไม่มีใจครอง ส่วนไฟย่อยอาหาร (ซึ่งมีกำลังมากสุดในทางเดินอาหาร) ก็คือธาตุไฟของชีวิตนวกกลาปซึ่งเกิดจากกรรม
เมื่อโอชาของอุตุชโอชัฏฐมกกลาปประชุมกับไฟย่อยอาหาร ก็จะก่อรูปสืบๆ กันไปรวมทั้งอาหารโชชัฏฐมกกลาป ซึ่งก็มีโอชา (คืออาหารโชชา) อันก่อรูปโดยนัยเดียวกันต่อไปอีกหลายต่อ อาหารที่บ่ริโภคเข้าไปในวันหนึ่งย่อมก่อรูปอย่างนี้ต่อๆ กันถึงอาทิตย์หนึ่ง โดยในอาทิตย์หนึ่งนี้ อาหารนั้นก็ยังอุปถัมภ์โอชาใน
ดูการสนทนาอย่างสั้นๆ พร้อมทั้งตัวอย่างของกรรมโชรูปในหัวข้อ “กรรมโชรูป” หน้า 199
เตโชธาตุของกรรมโชกลาปก่อให้เกิดอุตุชกลาป ๕ ต่อ คือ
- กรรมโชกลาป (1st)
- อุตุชกลาป (2nd)
- อุตุชกลาป (3rd)
- อุตุชกลาป (4th)
- อุตุชกลาป (5th)
รูปกลาปมีโอชาเป็นที่ ๘ อันเกิดจากอุตุ
ดูการสนทนาอย่างสั้นๆ พร้อมทั้งตัวอย่างของอาหารโชรูปในหัวข้อ “อาหารโชรูป” หน้า 204