paauk:knowing_and_seeing:p226

เพื่อดูฆานปสาทรูป ให้เริ่มด้วยการกำหนดรู้ธาตุ ๔ ที่จมูก แต่ให้แน่ใจว่าดูทสกกลาปซึ่งเป็นฆานทสกกลาปและไม่ใช่กายทสกกลาป เพราะฆานทสกกลาปเท่านั้นจึงจะมีฆานปสาทรูป

ต่อไป เพื่อจะดูหทยวัตถุ พึงกำหนดรู้มโนทวาร (คือภวังค์) ซึ่งสว่างสุกใส นี่ทำได้ง่ายเพราะโยคีได้กำหนดรู้ธาตุ ๔ ในรูปกลาปโปร่งแสงและรูปกลาปไม่โปร่งแสงของวัตถุทั้ง ๖ แล้ว

  • (ผู้แปล – พระอาจารย์ใหญ่พะเอ้าตอยะได้ให้รายละเอียดเพิ่มขึ้นสำหรับคำถามว่า “มาถึงตอนนี้ยังไม่มีคำชี้แนะถึงวิธีการจำแนกระหว่างฆานวัตถุกับกายวัตถุ ดังนั้นจะรู้ได้อย่างไรว่าอะไรเป็นฆานวัตถุ อะไรเป็นกายวัตถุ” ว่าดังนี้)*

ในการปฏิบัติจริง เมื่อกำลังสอนให้กำหนดรู้ฆานทวาร เราย่อมอธิบายวิธีจำแนกฆานทวารกับกายทวาร แต่ในหนังสือ เพื่อไม่ให้สับสน เราจึงกล่าววิธีจำแนกฆานทวารกับกายทวารทีละอย่าง ในตอนนี้ เรากำลังอธิบายวิธีการกำหนดรู้กลิ่นเท่านั้น จึงไม่ประสงค์อธิบายวิธีกำหนดรู้ฆานทวารไปด้วย เพราะผู้อ่านจะไม่เข้าใจกระบวนการปฏิบัติอย่างชัดเจน

แต่กลิ่นเป็นอารมณ์ของทั้งมโนทวารวิถีจิตและฆานทวารวิถีจิต โยคีบางท่านจะกำหนดรู้กลิ่นได้โดยตรงด้วยญาณอันเป็นตัวกำหนดรู้และเป็นมโนทวารวิถี แต่บางท่านก็จะไม่ได้ สำหรับผู้ที่ไม่ได้ คำอธิบายนี้เป็นคำแนะนำของเราเพื่อกำหนดรู้กลิ่น ดังนั้น ถ้าต้องการรู้วิธีกำหนดรู้ฆานทวารในตอนนี้ ให้ดูใต้หัวข้อ “วิธีแยกแยกอวัยวะการรับรู้” เริ่มที่หน้า 232

คำว่า แสงสว่างของภวังค์นั้น เป็นการกล่าวโดยเหตุแต่มุ่งถึงผล (การณูปจารนัย) เพราะความจริงแล้ว เป็นแสงสว่างจากรูปกลาปที่ภวังค์ก่อขึ้น เป็นจิตตชรูปกลาป และมีอุตุซึ่ง (ดูหน้าต่อไป)