คำถามและคำตอบ ๒ – คำถาม ๒.๓ – การกำหนดรู้ปฏิจจสมุปบาทวิธีที่ ๑ และวิธีที่ ๕
อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา, สงฺขารปจฺจยา วิญญาณ, วิญญาณปจฺจยา นามรูปํ, ฯเปฯ
เพราะมีอวิชชา สังขารจึงเกิดขึ้น, เพราะมีสังขาร วิญญาณจึงเกิดขึ้น, เพราะมีวิญญาณ นามรูปจึงเกิดขึ้น, ฯลฯ
วิธีแรกนี้เป็นที่นิยมในพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาท แต่อาจยากมากสำหรับผู้ไม่รู้เรื่องพระอภิธรรม แม้โยคีผู้รู้เรื่องพระอภิธรรมดีก็ยังอาจมีความยากลำบากหลายประการ
ส่วนวิธีที่ ๕ ท่านพระสารีบุตรได้สอนโดยบันทึกไว้ในคัมภีร์ปฏิสัมภิทามรรค เป็นวิธีที่ง่ายสำหรับผู้ที่เริ่มปฏิบัติ คือการกำหนดรู้ว่าอดีตเหตุ ๕ อย่างก่อให้เกิดปัจจุบันผล ๕ อย่าง และปัจจุบันเหตุ ๕ อย่างก็จะให้อนาคตผล ๕ อย่าง
นี่คือหลักสำคัญของวิธีที่ ๕ ถ้าโยคีต้องการรู้ปฏิจจสมุปบาทโดยประจักษ์ ก็พึงปฏิบัติให้ถึงขั้นนี้
หลังจากที่ได้ปฏิบัติตามวิธีที่ ๕ อย่างเป็นระบบ การปฏิบัติตามวิธีที่ ๑ ก็จะไม่ยากนัก เพราะเหตุนี้ เราจึงสอนวิธีที่ ๕ ก่อนวิธีที่ ๑ อนึ่ง เราย่อมสอนวิธีทั้ง ๕ แก่ผู้มีเวลาและปรารถนาที่จะปฏิบัติต่อไป แม้พระพุทธเจ้าจะทรงสอนปฏิจจสมุปบาทวิธีต่างๆ ตามจริตของผู้ฟัง แต่แค่วิธีเดียวก็ทำให้ถึงพระนิพพานได้ อย่างไรก็ดี เพราะวิธีที่ ๑ เป็นที่นิยมในพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาท เราจึงสอนทั้งวิธีที่ ๕ และวิธีที่ ๑
แล้วการกำหนดรู้ปฏิจจสมุปบาทนั้น สำคัญหรือไม่ สำคัญมาก มหานิทานสูตรระบุไว้ว่า