คาถามและคาตอบ ๒ – คาถาม ๒.๒ – การเจริญสมถกรรมฐานก่อนเจริญวิปัสสนา { หน้า ๑๓๘ }
การกำหนดรู้รูปอย่างนี้ ก็จะไม่สามารถกำหนดรู้นาม คือนามขันธ์อันเป็นที่ยึดมั่น ๔ อย่าง นี่เป็นเหตุที่เราสอนวิปัสสนาไปทีละขั้น
สำหรับคาถามที่สองของโยคี ตามแบบแผนของพุทธเถรวาทนั้น มีกรรมฐาน ๒ อย่าง คือ ปริหาริยกรรมฐาน และ สัพพัตถกรรมฐาน
ปริหาริยกรรมฐาน เป็นกรรมฐานที่ใช้เจริญสมาธิเพื่อนำมาใช้ในวิปัสสนา โยคีต้องใช้กรรมฐานนั้นเป็นบาทเสมอ
ส่วนสัพพัตถกรรมฐานเป็นกรรมฐานต่าง ๆ ที่ทุกคนควรเจริญเหมือน ๆ กัน เป็นอารักขกรรมฐาน ๔ คือ ๑. เมตตากรรมฐาน ๒. พุทธานุสสติ ๓. มรณสติ ๔. อสุภกรรมฐาน
ดังนั้น แม้ว่าโยคีจะใช้อานาปานสติเป็นปริหาริยกรรมฐาน แต่ก็ต้องเจริญอารักขกรรมฐาน ๔ ก่อนจะเจริญวิปัสสนา นี้เป็นวิธีการตามแบบแผน
ในการเจริญเมตตากรรมฐานให้ได้ฌาน จะดีกว่าถ้าโยคีได้เจริญโอทาตกสิณ จนได้จตุตถฌานแล้ว ตัวอย่างคือพระภิกษุ ๕๐๐ รูปที่พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัส
ดูเหตุผลว่าทำไมต้องเจริญอารักขกรรมฐานและจะเจริญกรรมฐานอย่างไร ในหัวข้อ “ป้องกันสมาธิ” หน้า 43 สำหรับรายละเอียดให้ดู “วิธีเจริญพรหมวิหาร ๔ และอารักขกรรมฐาน” หน้า 148
พจนานุกรม – กรรมฐานเป็นเครื่องรักษาตน, กรรมฐานเป็นเครื่องรักษาผู้ปฏิบัติให้สงบ ระงับและให้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท