หน้านี้มีไว้อ่านอย่างเดียว คุณสามารถอ่านข้อความต้นฉบับ ไม่สามารถแก้ไขได้ ให้สอบถามผู้ดูแลระบบถ้าคุณคิดว่านี่คือข้อผิดพลาด ==== พุทธประสงค์สำหรับสาวกและคำสอน – คำแนะนำของพระพุทธเจ้าแก่พระภิกษุ ==== ผู้ที่ไม่ประมาทอยู่ในธรรมวินัยนี้ ละการเวียนว่ายตายเกิดแล้ว จักทำที่สุดแห่งทุกข์ได้” ดังนั้น ถ้าเราต้องการที่จะถึงที่สุดแห่งวัฏฏสงสาร ก็จะต้องทำตามคำสอนของพระพุทธเจ้า ซึ่งก็คือ อริยมรรคมีองค์ ๘ พวกเราพึงพากเพียรด้วยวิริยะก่อนจะถึงความตาย ขอให้สัตว์ทั้งปวงจงมีความสุข ==== ท้ายบท ==== พระโคดมพุทธเจ้าทรงเข้าผลสมาบัติได้ ๓ อย่าง ได้แก่ ๑. ผลสมาบัติหลังมรรค (มคฺคานนฺตร ผล สมาปตฺติ) ๒. ผลสมาบัติเพื่อใช้สอย (วฬญฺชน ผล สมาปตฺติ) ๓. ผลสมาบัติเพื่อดำรงอายุสังขาร (อายุสงฺขาร ผล สมาปตฺติ) '''๑. ผลสมาบัติหลังมรรค''' คือ อรหัตผลสมาบัติที่มาทันทีหลังจากกุศลกรรมคืออรหัตตมรรค มีลักษณะคือเป็นผลที่ตามมาทันที และเรียกอีกอย่างหนึ่งคือ ขณิกผลสมาบัติ ผลจิต ๓ ขณะจิตที่เกิดขึ้นทันทีหลังจากอรหัตตมรรคของพระพุทธเจ้า เป็นผลสมาบัติชนิดนี้ '''๒. ผลสมาบัติเพื่อใช้สอย''' คือ อรหัตตผลสมาบัติที่พระอรหันต์สามารถเข้าได้ตามปรารถนาและดำรงอยู่ได้นานๆ เป็นไปเพื่อเสวยสันติสุขของพระนิพพาน และเรียกด้วยเช่นกันว่า ขณิกผลสมาบัติ พระพุทธเจ้าทรงเข้าสมาบัตินี้เสมอๆ แม้ในระหว่างธรรมเทศนาเมื่อผู้ฟังกล่าวสรรเสริญว่า “สาธุ สาธุ” '''๓. ผลสมาบัติเพื่อดำรงอายุสังขาร''' เป็นผลสมาบัติหลังจากวิปัสสนา โดยรูปสัตตกะและอรูปสัตตกะ เป็นวิธีที่พระโพธิสัตว์ทรงปฏิบัติก่อนตรัสรู้ใต้ต้นไม้