หน้านี้มีไว้อ่านอย่างเดียว คุณสามารถอ่านข้อความต้นฉบับ ไม่สามารถแก้ไขได้ ให้สอบถามผู้ดูแลระบบถ้าคุณคิดว่านี่คือข้อผิดพลาด ====== พุทธประสงค์สำหรับสาวกและคำสอน – สมถะและวิปัสสนากรรมฐาน ====== ทุกข์ และในธรรมเหล่านั้นไม่มีวิญญาณ ไม่มีอะไรที่มั่นคง เที่ยง และเป็นอมตะ ดังนั้นจึงเป็นอนัตตา การกำหนดรู้ความไม่เที่ยง ความเป็นทุกข์ และความเป็นอนัตตาของรูปนาม และเหตุผลของรูปนาม เรียกว่า วิปัสสนากรรมฐาน เมื่อเจริญสมถะและวิปัสสนา จึงกล่าวได้ว่ากำลังเจริญสติปัฏฐาน ๔ เมื่อเจริญสติปัฏฐาน ๔ ก็จะต้องเจริญสัมมัปปธาน ๔ อย่างเพียงพอ '''สัมมัปปธาน ๔ ได้แก่''' ๑. ความเพียรเพื่อป้องกันอกุศลธรรมไม่ให้เกิดขึ้น ๒. ความเพียรเพื่อกำจัดอกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว ๓. ความเพียรที่ยังกุศลธรรมที่ยังไม่เกิดขึ้นให้เกิดขึ้น (เช่น กุศลธรรมในสมาธิ กุศลธรรมในวิปัสสนา กุศลธรรมในมรรคเป็นต้น) ๔. ความเพียรที่จะเจริญกุศลธรรมจนบรรลุเป็นพระอรหันต์ แล้วโยคีควรจะปฏิบัติอย่างไร พึงปฏิบัติตามสติปัฏฐาน ๔ และเมื่อกำลังปฏิบัติ พึงเจริญสัมมัปปธาน ๔ ที่เพิ่งกล่าวถึงให้เกิดอย่างเพียงพอ (โดยอธิษฐานว่า) “ต่อให้หนังและเลือดของเราเหือดแห้งไปจนเหลือแต่กระดูกและเอ็น เราก็จะไม่เลิกปฏิบัติ” เมื่อปฏิบัติ พึงมี'''อิทธิบาท ๔''' ซึ่งได้แก่ ๑. '''ฉันทะ''' คือต้องมีความต้องการที่เข้มแข็งและมีกำลังเพื่อจะบรรลุพระนิพพาน *หมายเหตุ:* วิญญาณตรงนี้ไม่ใช่หมายถึงจิต แต่หมายถึงสิ่งที่เชื่อกันว่ามีอยู่ในกายเมื่อมีชีวิต เมื่อตาย จะออกจากกายล่องลอยไปหาที่เกิดใหม่