หน้านี้มีไว้อ่านอย่างเดียว คุณสามารถอ่านข้อความต้นฉบับ ไม่สามารถแก้ไขได้ ให้สอบถามผู้ดูแลระบบถ้าคุณคิดว่านี่คือข้อผิดพลาด ====== พุทธประสงค์สำหรับสาวกและคำสอน – สมถะและวิปัสสนากรรมฐาน ====== แม้บุคคลจะมีชีวิตอยู่ตั้งร้อยปีโดยไม่มีศีลและไม่มีสมาธิ ชีวิตของบุคคลนั้นไม่ควรแก่การสรรเสริญ บุคคลผู้มีชีวิตอยู่เพียงวันเดียวแต่ประกอบด้วยศีลและสมาธิประเสริฐกว่า ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น เพราะจิตที่ได้อบรมด้วยสมาธิย่อมสามารถทำให้เกิดปัญญาอันยิ่ง ซึ่งสามารถเห็นพระนิพพานอันเป็นที่สุดแห่งสังสารวัฏ และสามารถทำลายกิเลสและทุกข์ทั้งหมด ดังนั้น เราจึงต้องเจริญสมถวิปัสสนาโดยมีศีลเป็นฐาน เพื่อที่จะเจริญสมถะวิปัสสนาก็จะต้องเจริญสติปัฏฐาน ๔ ('''จตฺตาโรสติปฺฐานา''') คือ ๑. กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน ๒. เวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน ๓. จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน ๔. ธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน อะไรคือกาย? มีกายสองอย่างในวิปัสสนา ได้แก่ '''รูปกาย''' และ '''นามกาย''' รูปกายก็คือกลุ่มรูป ๒๘ ประเภท นามกายคือกลุ่มจิตและเจตสิกที่เกิดร่วมกัน กล่าวอีกนัยก็คือ กายทั้งสองอย่างก็คือ '''ขันธ์ ๕''' ได้แก่ รูปขันธ์ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ และวิญญาณขันธ์ แต่อารมณ์ของสมถกรรมฐานเช่นลมหายใจ อาการ ๓๒ ของกายโดยความเป็นปฏิกูล (อสุภะ) และธาตุ ๔ ก็เรียกว่ากายเหมือนกัน ทำไมจึงเป็นอย่างนั้น? เพราะอารมณ์เหล่านั้นก็เป็นขณะของรูปด้วย ยกตัวอย่างมหาจุฬา – ผู้มีศีล '''เพ่งพินิจ''' แม้มีชีวิตอยู่เพียงวันเดียว ประเสริฐกว่าคนทุศีลไม่มีจิตตั้งมั่นที่มีชีวิตอยู่ตั้ง ๑๐๐ ปี