หน้านี้มีไว้อ่านอย่างเดียว คุณสามารถอ่านข้อความต้นฉบับ ไม่สามารถแก้ไขได้ ให้สอบถามผู้ดูแลระบบถ้าคุณคิดว่านี่คือข้อผิดพลาด ====== คาถามและคาตอบ ๗ ====== '''คาถาม ๗.๑๕''' – จิตที่เห็นรูปนามเป็นรูปนามเองหรือไม่ { หน้า ๔๐๕ } '''คาตอบ''' โยคีสามารถเห็นจิตนั้นได้ในทุกระดับของวิปัสสนา โดยเฉพาะในขั้นภังคญาณ วิสุทธิมรรคได้กล่าวไว้ว่า > าตญฺจ าณญฺจ อุโภปิ วิปสฺสติ พระโยคาวจรย่อมเห็นแจ้งซึ่งสิ่งที่ถูกรู้ (ญาต) ด้วย '''ซึ่งญาณด้วย''' ย่อมเห็นแจ้งทั้ง ๒ อย่างนั้น '''คำว่า “สิ่งที่ถูกรู้”''' หมายถึง ขันธ์ ๕ และเหตุของขันธ์ ๕ ซึ่งควรกำหนดรู้ด้วยวิปัสสนาญาณ '''คำว่า “ญาณ”''' หมายถึง วิปัสสนาญาณที่รู้ความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตาของขันธ์ ๕ และเหตุของขันธ์ ๕ ซึ่งล้วนแต่เป็นสังขารธรรม วิปัสสนาญาณก็คือปัญญา ซึ่งก็คือวิปัสสนาสัมมาทิฏฐิ โดยปกติแล้ว วิปัสสนาสัมมาทิฏฐิเกิดขึ้นพร้อมกับเจตสิก ๓๓ หรือ ๓๒ อย่าง รวมเป็นนามธรรมทั้งหมด ๓๔ หรือ ๓๓ อย่าง'''ตามลำดับ''' ซึ่งเรียกว่าวิปัสสนาญาณ เป็นนามธรรม เพราะน้อมไปในอารมณ์คือความไม่เที่ยง ความเป็นทุกข์ และความเป็นอนัตตาของสังขารธรรม '''ทำไม'''จึงต้องเห็นวิปัสสนาญาณว่าไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และเป็นอนัตตา เพราะบางท่านอาจตั้ง'''คำถาม'''หรือคิดว่า วิปัสสนาญาณเองนั้นเที่ยงหรือไม่เที่ยง เป็นสุขหรือเป็นทุกข์ เป็นอัตตาหรือเป็นอนัตตา เพื่อจะตอบ'''คำถาม'''นี้ ก็จะต้องเห็นวิถีวิปัสสนาจิตเองว่า ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และเป็นอนัตตา โดยเฉพาะนามธรรมทั้ง ๓๔ ดูรายละเอียดในเรื่องนี้ในหัวข้อ “วิธีแห่งนาม ๗ (อรูปสัตตกะ)” หน้า 367 และหัวข้อ “วิธีเจริญภังคญาณ” หน้า 380 *วิสุทธิ.ปฏิปทาญาณทัสนวิสุทธิ.๗๔๒ (กถาว่าด้วยภังคานุปัสสนาญาณ)*