หน้านี้มีไว้อ่านอย่างเดียว คุณสามารถอ่านข้อความต้นฉบับ ไม่สามารถแก้ไขได้ ให้สอบถามผู้ดูแลระบบถ้าคุณคิดว่านี่คือข้อผิดพลาด ====== คาถามและคาตอบ ๗ ====== '''คาถาม ๗.๑๒ – ความแตกต่างระหว่างมนสิการและโพชฌงค์ ๗''' { หน้า ๔๐๒ } ๑. '''มนสิการที่เป็นเหตุพื้นฐานของการรับรู้อารมณ์''' ('''อารมฺมณปฏิปาทกมนสิการ''') ซึ่งก็คือมนสิการเจตสิก มีหน้าที่ทำให้'''อารมณ์ชัดเจนต่อจิต''' ๒. '''มนสิการที่เป็นเหตุพื้นฐานของวิถีจิต''' ('''วิถีปฏิปาทกมนสิการ''') ซึ่งก็คือ ปัญจทวารวัชชนะจิตในปัญจทวารวิถี มีหน้าที่ยังให้ปัญจทวารวิถีจิต ถือเอาอารมณ์ทางทวารนั้น ๆ ๓. '''มนสิการที่เป็นเหตุพื้นฐานของชวนจิต''' ('''ชวนปฏิปาทกมนสิการ''') ซึ่งก็คือมโนทวารวัชชนจิตในมโนทวารวิถี และโวฏฐัพพนจิตในปัญจทวารวิถี ซึ่งอาจจะเป็นโยนิโสมนสิการหรืออโยนิโสมนสิการก็ได้ มีหน้าที่ยังชวนจิตให้เป็นไป * ถ้าเป็น '''โยนิโสมนสิการ''': ชวนจิตสำหรับปุถุชนและเสขบุคคลก็จะเป็นกุศล สำหรับพระอรหันต์ก็จะเป็นกิริยา * ถ้าเป็น '''อโยนิโสมนสิการ''': ชวนจิตก็จะเป็นอกุศลอย่างแน่นอน และจะเกิดในพระอรหันต์ไม่ได้ '''คาถาม ๗.๑๓ – ต้องเจริญสมถกรรมฐานทั้งหมดหรือไม่''' ขอให้พระอาจารย์อธิบายแผนภาพนี้ ในแบบการปฏิบัติที่แสดงในภาพ จำเป็นหรือไม่ที่จะต้องเจริญกรรมฐานซึ่งมีมากกว่า ๓๐ ประเภท อะไรเป็นประโยชน์ในการทำอย่างนี้ '''คาตอบ''' เราไม่ค่อยสนใจในการใช้แผนภาพที่พูดถึง เป็นภาพที่วาดโดยอาจารย์ผู้ชอบใจแผนภาพในวัดพะเอ้า เราจะสอนสมถะกรรมฐานหลายแบบสำหรับบุคคลผู้ต้องการ ถ้าไม่ต้องการจะเจริญกรรมฐานทั้งหมด แต่ต้องการเจริญ นี่เป็นแผนภาพที่ระบุการปฏิบัติที่สอนในวัดพะเอ้า