หน้านี้มีไว้อ่านอย่างเดียว คุณสามารถอ่านข้อความต้นฉบับ ไม่สามารถแก้ไขได้ ให้สอบถามผู้ดูแลระบบถ้าคุณคิดว่านี่คือข้อผิดพลาด ==== คาถามและคาตอบ ๗ === '''คาถาม ๗.๙ – วิปัสสนาญาณให้ถึงทิฏฐิวิสุทธิโดยการจัดกิเลสอย่างไร''' { หน้า ๓๙๘ } มีสัมมาทิฏฐิ แต่นี่ก็เพียงชั่วคราว เพราะเมื่อหยุดปฏิบัติ มิจฉาทิฏฐิก็เกิดขึ้นอีก เพราะ'''อโยนิโสมนสิการ''' ย่อม'''สำคัญหมาย'''เหมือนเดิมอีกเป็นต้นว่า “นี่เป็นผู้ชาย นี่เป็นผู้หญิง เป็นแม่ เป็นพ่อ เป็นอัตตา” และกิเลสที่เกิดขึ้นพร้อมกันเป็นต้นว่า โลภะ มานะ และโทสะ ก็จะเกิดขึ้นอีก แต่เมื่อกลับไปเจริญวิปัสสนา ความเห็นผิดนี่ก็จะหายไปอีก ดังนั้น วิปัสสนาญาณจึง'''การจัด'''มิจฉาทิฏฐิและกิเลสอื่นๆ แค่เพียงชั่วคราวเท่านั้น แต่เมื่อบรรลุมรรคผล มรรคญาณย่อมทำลายมิจฉาทิฏฐิและกิเลสอื่นๆ ไปตามลำดับอย่างไม่มีส่วนเหลือ '''คาถาม ๗.๑๐ – ความต่างกันระหว่างจิตกับทิฏฐิ''' '''คาถาม''' อะไรเป็นความต่างกันระหว่างจิตกับทิฏฐิ '''คาตอบ''' จิตหมายถึงการรู้หรือใจ แต่ในเรื่องจิตตวิสุทธิ หมายถึงจิตประเภทหนึ่งโดยเฉพาะ คือ อุปจารสมาธิจิตและอัปปนาฌานจิต ส่วนทิฏฐิหมายถึงความเห็นผิด เป็นเจตสิกที่เกิดร่วมกับจิต ๔ ประเภท มีมูลรากคือโลภะ ความเห็นผิดและมานะจะเกิดพร้อมกับโลภะมูลจิตอย่างแน่นอน มิจฉาทิฏฐิอย่างหนึ่งก็คือ'''อัตตสัญญา''' มีอัตตสัญญา ๒ อย่าง ได้แก่ ๑. ความสำคัญว่าตนโดยทั่วไปของชาวโลก นี่เป็นความเห็นผิดตามธรรมดา เป็นความสำคัญหมายว่ามีผู้ชาย มีผู้หญิง พ่อ และแม่เป็นต้น