หน้านี้มีไว้อ่านอย่างเดียว คุณสามารถอ่านข้อความต้นฉบับ ไม่สามารถแก้ไขได้ ให้สอบถามผู้ดูแลระบบถ้าคุณคิดว่านี่คือข้อผิดพลาด *'''วิธีเจริญวิปัสสนาญาณให้เห็นนิพพาน – วิธีเพิ่มกำลังของวิปัสสนาญาณ'''* { หน้า ๓๖๖ } ๕. ในวิธีที่ ๕ แห่ง'''รูปสัตตกะ''' พึงเห็นความไม่เที่ยง ความเป็นทุกข์ และความเป็นอนัตตาของ'''กรรมชรูป''' คือ เห็นว่า รูปทางทวารทั้ง ๖ เกิดขึ้นและดับไปในที่นั้นเอง และไม่ไปจากทวารหนึ่งสู่อีกทวารหนึ่ง ทุกๆ วันในช่วงชีวิต ๑๐๐ ปีนี้ ๖. ในวิธีที่ ๖ แห่ง'''รูปสัตตกะ''' พึงเห็นความไม่เที่ยง ความเป็นทุกข์ และความเป็นอนัตตาของ'''จิตตชรูป''' คือ เห็นไตรลักษณ์ของจิต ในเวลาที่ดีใจ มีความสุข และเมื่อเสียใจ มีความทุกข์ ทุกๆ วันในช่วงชีวิต ๑๐๐ ปีนี้ ๗. ในวิธีที่ ๗ แห่ง'''รูปสัตตกะ''' พึงเห็นความไม่เที่ยง ความเป็นทุกข์ และความเป็นอนัตตาของ'''จิตตชรูป''' คือ เห็นไตรลักษณ์ของรูปปัจจุบันที่ไม่มีวิญญาณครอง รูปจะไม่มีวิญญาณครองเมื่อไม่ประกอบร่วมกับ'''กรรมชรูป''' กรรมชรูป เช่น ชีวิตินทรีย์ และปสาทรูปทั้ง ๕ ยกตัวอย่างเช่น เหล็ก เหล็กกล้า ทองแดง ทอง เงิน พลาสติก มุก พลอย สังข์ หินอ่อน ปะการัง ดิน หิน คอนกรีต และพืช รูปเช่นนั้นมีอยู่ในภายนอกเท่านั้น เหล่านี้คือวิธีของ'''รูปสัตตกะ''' *'''วิธีแห่งอรูปสัตตกะ'''* ใน'''อรูปสัตตกะ''' พึงเห็นความไม่เที่ยง ความเป็นทุกข์ และความเป็นอนัตตาของวิปัสสนาจิตที่เห็นไตรลักษณ์ในรูปด้วย'''รูปสัตตกะ''' ซึ่งหมายความว่า ในแต่ละวิธี อารมณ์ก็คือวิปัสสนาจิตก่อน ที่เห็นด้วยวิปัสสนาจิตต่อๆ ไป วิปัสสนาจิต ก็คือ วิปัสสนาวิถีจิต มีมโนทวารวัชชนจิต ๑ ชวนจิต ๗ และบางครั้งตามด้วยตทาลัมพนะ ๒ ในมโนทวารวัชชนจิตมีนามธรรม ๑๒ อย่าง และในแต่ละชวนจิตมี (ดูหน้าต่อไป)