หน้านี้มีไว้อ่านอย่างเดียว คุณสามารถอ่านข้อความต้นฉบับ ไม่สามารถแก้ไขได้ ให้สอบถามผู้ดูแลระบบถ้าคุณคิดว่านี่คือข้อผิดพลาด ====== วิธีเห็นการสืบต่อของปฏิจจสมุปบาท – วิธียที่ ๕ – ปฏิจจสมุปบาท ๓ รอบ ====== (หน้า ๓๒๒) ในตัวอย่างดังกล่าว '''อภิสังขาร''' ก็คือกุศลเจตนาของการสักการะ และ'''กรรมภพ'''ก็คือศักยภาพของกรรม ทั้งสองอย่างนี้พบได้ในจิตใน'''กัมมวัฏฏ์''' (ในปฏิจสมุปบาท) เมื่อกำหนดรู้นามรูปของกิเลสวัฏฏ์และกัมมวัฏฏ์ในอดีตที่เพิ่งผ่านมาได้แล้ว ก็ควรย้อนกลับไปสู่อดีตที่ไกลยิ่งกว่านั้น คืออีกช่วงเวลาก่อนการสักการะนั้น แล้วกำหนดรู้รูปนามด้วยวิธีเดียวกัน หลังจากนั้น พึงย้อนกลับไปให้ไกลยิ่งขึ้น และทำซ้ำด้วยวิธีเดียวกัน ด้วยวิธีนี้ โยคีย่อมกำหนดรู้นามรูปของวันที่ผ่านมาแล้ว อาทิตย์ที่ผ่านแล้ว เดือน... ปี... สองปี... สามปี... เป็นต้น ในที่สุดก็จะย้อนกลับไปกำหนดรู้นามรูปของปฏิสนธิจิตที่เกิดขึ้นเมื่อเกิดในชาตินี้ได้ เมื่อจะหาเหตุของการเกิด ก็ต้องย้อนกลับไปไกลยิ่งกว่านั้น และเห็นรูปนาม เมื่อใกล้ตายในชาติก่อน หรืออารมณ์ของสัญญจิตเมื่อใกล้ตาย (มรณาสันนสัญญจิต) === อารมณ์ของมรณาสันนสัญญจิต ๓ อย่าง === มรณาสันนสัญญจิตมีอารมณ์ ๓ อย่าง คือ * '''๑. กรรม''' คือ อภิสังขารอย่างหนึ่งที่ได้ทำมาก่อนแล้วในชาตินี้หรือในชาติก่อน ๆ * เช่น อาจนึกถึงความเกลียดชังที่เกิดขึ้นจากการฆ่าสัตว์ ความสุขที่เกิดในปัญจโวการภพ รูปนามเกิดขึ้นอาศัยจิต และในทางกลับกันก็เช่นกัน ดูโลกสูตรที่หน้า ๒๗ '''ดู “ตาราง ๑๐ – จุติและปฏิสนธิ” หน้า ๓๓๐'''