หน้านี้มีไว้อ่านอย่างเดียว คุณสามารถอ่านข้อความต้นฉบับ ไม่สามารถแก้ไขได้ ให้สอบถามผู้ดูแลระบบถ้าคุณคิดว่านี่คือข้อผิดพลาด ==== คาถามและคาตอบ ๔ – ๔.๑๑ เห็นอาการ ๓๒ ด้วยตาที่เปิดอยู่ (หน้า ๒๗๙) ==== แต่พระมหาเถระก็อาจลืมตาเห็นกระดูกของอีกคนหนึ่งได้เพราะการปฏิบัติในอดีต เหมือนกับท่านพระมหาติสสะผู้ชำนาญในกรรมฐานกระดูก ท่านจะเจริญกรรมฐานกระดูกภายในอยู่เสมอๆ ว่าเป็นของปฏิกูล จนกระทั่งบรรลุปฐมฌานแล้ว จึงเจริญวิปัสสนา ท่านได้กำหนดรู้นามรูป เหตุของนามรูป และความไม่เที่ยง ความเป็นทุกข์ และความเป็นอนัตตา นี้เป็นข้อปฏิบัติตามธรรมดาของท่าน วันหนึ่งท่านได้ไปบิณฑบาตจากอนุราธบุรีไปยังบ้านมหาคาม ระหว่างทางได้พบหญิงผู้หนึ่งผู้พยายามเรียกร้องความสนใจจากท่านด้วยเสียงหัวเราะอันดัง เมื่อท่านได้ยินเสียงนั้นแล้วมองไปทางผู้หญิง ก็เห็นเพียงแค่ฟันของเธอเท่านั้น แล้วใช้ฟันนั้นเจริญกรรมฐานกระดูก เพราะเหตุที่ได้ปฏิบัติอยู่เสมอๆ จึงเห็นหญิงนั้นเป็นเพียงแต่โครงกระดูก ไม่ใช่เป็นหญิง ต่อจากนั้น จึงตั้งสมาธิกับกระดูกของตน บรรลุปฐมฌานแล้ว แล้วเจริญวิปัสสนาอย่างรวดเร็ว บรรลุอรหัตมรรคขณะยืนอยู่ในถนนนั่นเอง หญิงนั้นได้ทะเลาะกับสามีของตนแล้วออกจากบ้านเพื่อไปยังบ้านของบิดา มารดา สามีของเธอได้ติดตามเธอ พบกับท่านพระติสสะมหาเถระด้วย แล้วจึงถามท่านว่า “ท่านผู้เจริญ ท่านเห็นหญิงผู้หนึ่งไปทางนี้หรือไม่” พระมหาเถระตอบว่า “แน่ะ อุบาสก อาตมาไม่เห็นทั้งผู้ชายผู้หญิง เห็นแต่กระดูกเท่านั้นที่ไปทางนี้” เรื่องนี้วิสุทธิมรรคกล่าวไว้ในศีลนิเทศ เรื่องพระติสสะมหาเถระนี้เป็นตัวอย่างของผู้ที่เจริญกรรมฐานกระดูกได้อย่างบริบูรณ์ จนเห็นกระดูกในอีกคนหนึ่งได้เมื่อลืมตาอยู่ (วิสุทธิมรรค.ศีลนิเทศ.ข้อ ๑๕ (อินทรียสังวรศีล))